วันศุกร์, พฤษภาคม 26, 2560

บัดนี้ คสช.ยึดอํานาจจากระบอบประชาธิปไตยของไทย โดยเลิกรัฐธรรมนูญ และปกครอง โดยเผด็จการมา 3 ปีเข้านี่แล้วถ้ามวลมหาประชาชนจะเรียกร้องว่า “เอาคสช.คืนไป เอาประชาธิปไตยคืนมา” จะได้ผลละหรือ - ส.ศ.ษ.



ภาพจากอินเตอร์เน็ต


[เอาคสช. คืนไป เอาประชาธิปไตยคืนมา]


โดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์
(ไทยอีนิวส์ได้รับผ่าน forward mail)

ชุมชนชาวไทยในนครชิคาโก ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนไทยที่หนาแน่นเป็นอย่างมาก เพียงรองจาก ชุมชนชาวไทยแถบนครลอสแองเยลีสเท่านั้น และชุมชนพวกนี้มีคนหัวก้าวหน้าที่ห่วงบ้าน เมืองมิใช่น้อย ดังในปีพ.ศ.2535 พวกเขาได้จัดงาน 60 ปีประชาธิปไตยในเมืองไทย และ 60 ปีสวนโมกขพลาราม โดยที่ หน่วยงานแรกเป็นเรื่องของการอภิวัฒน์อันยิ่งใหญ่ในทางโลกของสยาม ส่วนหน่วยงานหลังเป็นการ อภิวัฒน์อันยิ่งใหญ่ในทางธรรมของสยาม

งานดังกล่าวมีคนไทยมาร่วมจากแทบทุกรัฐ รวมทั้งจากคานาดาด้วย จะขาดก็เพียงจากรัฐฮาไวอิ งานที่ว่านี้มีขึ้นในสมัยที่รสช. ยึดครองอํานาจอย่างเป็นเผด็จการในเมืองไทย

ยังเมื่อก่อนหน้านี้สองปีชุมชนที่นครชิคาโกก็รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง โดยมีคนไทยจาก เมืองอื่นๆ ในสหรัฐและจากเมืองไทยด้วย เรียกร้องต้องการให้ Art Institute of Chicago คืนทับหลังจากปราสาท พนมรุ้ง ซึ่งเป็นศิลปโบราณคดีชิ้นสําคัญ สลักเป็นรูปพระนารายณ์อย่างงดงาม

ก็สถาบันศิลปะสําหรับนครชิคาโกแห่งนี้มีชื่อเสียงเกียรติคุณมาก โดยได้แสดงจิตรกรรม ประติมา กรรม ฯลฯ อย่างเป็นที่ยกย่องไปทั่วโลก ทางสถาบันถือว่าเขาได้ทับหลังมา จะด้วยการซื้อ มา หรือมีผู้ บริจาคให้ก็สุดแท้เขาจึงถือสิทธิในการครอบครองศิลปวัตถุชิ้นนี้อย่างถูกต้อง ตาม กฎหมาย หากฝ่าย ไทย ถือว่าศิลปวัตถุดังกล่าวควรอยู่ในประเทศไทย การที่หายไปก็เพราะถูกโจรกรรม โดยใครจะขโมยไปก็สุดแท้ แล้วลักลอบเอาออกนอกประเทศไปขายหรือมอบให้สถาบันศิลปะแห่งนั้น

ทางรัฐบาลส่งคนไปเจรจากับสถาบันศิลปะแห่งนั้น อย่างไร้ผลพวกคนไทยจึงรวมกําลังกัน ประท้วง ในนครชิคาโก นับเป็นจํานวนคนมหาศาล โดยมีชนชาติอื่นๆรวมด้วยเป็นเวลาหลายวัน ในที่ สุดถึงกับตะโกนก้องร้องกันว่า

“เอา ไมเคิลแจกสัน คืนไป เอา พระนารายณ์คืนมา”

โดยที่ไมเคิลแจกสันเป็นดารามีชื่อของสหรัฐในเวลานั้น

และแล้วในที่สุด สถาบันศิลปะแห่งนั้นก็ยอมคืนวัสดุอันมีค่าดังกล่าวให้แก่รัฐบาลไทย เพราะ เขามีความรับผิดชอบทางจริยธรรม

ก็ในเมื่อสถาบันต้องการแสดงความงามให้ปรากฏ แต่ถ้าความงามปราศจากความจริง หรือ ความดีเสียแล้วศิลปะย่อมกลายเป็นอัปลักษณ์ได้ง่ายๆ อย่างน้อยก็ในสายตาของมหาชนทั่วๆไป

บัดนี้ คสช.ยึดอํานาจจากระบอบประชาธิปไตยของไทย โดยเลิกรัฐธรรมนูญ และปกครอง โดยเผด็จการมา 3 ปีเข้านี่แล้วถ้ามวลมหาประชาชนจะเรียกร้องว่า

“เอาคสช.คืนไป เอาประชาธิปไตยคืนมา”

จะได้ผลละหรือ อย่างน้อยผู้บริหารสถาบันศิลปะแห่งนครชิคาโกย่อมประกอบไปด้วย คณะ กรรมการซึ่งมีหิริ(ความละอายใจ) และโอตัปปะ (เกรงกลัวต่อการทําผิด แม้จะถูกกฎหมาย แต่ผิดทาง จริยธรรม ก็หาควรไม่) สงสัยว่าผู้ที่กุมบังเหียน คสช.อยู่ในเวลานี้ จะมีเทวธรรมทั้งสองข้อนี้อยู่ละหรือ ถ้าคนปราศจากเทวธรรม คนก็เป็นมาร อันหน้าด้าน ไม่มียางอาย กับความผิดที่ตนและพวกตนก่อกรรม ทําเข็นขึ้น

ข้อที่อ้างว่าประชาชนยังโง่เขลา ไม่สมควรจะปกคองในระบอบประชาธิปไตยนั้น กล่าวกันมา โดยชนชั้นปกครอง แต่สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นแล้ว และแล้วการอภิวัฒน์ก็เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 แม้ขบวนการประชาธิปไตยที่เริ่มจากวันนั้น จะเผชิญกับขวากหนามนานาประการ รวม ทั้งบางคนในคณะราษฎรที่ร่วมกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จะกลายเป็นเผด็จการ และบ้านเมือง ถูกต่างชาติคุกคาม ถึงกับครอบครองอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็มีคนที่รักชาติรักประชาธิปไตย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมตัวกันเป็นขบวนการเสรีไทย ฟันฝ่าให้สยามคงเอกราชไว้ได้แม้ภาย หลังมหาสงครามคราวนั้น โดยที่ประเทศเผด็จการอื่นๆ ที่เผด็จการของไทยร่วมเสพสังวาสอยู่ด้วยล้วนเสีย เอกราชอธิปไตยไปตามๆกัน

แต่แล้ว เมื่อคณะทหารที่เคยสมคบกับเผด็จการแต่ตอนก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ยึดอํานาจ การปกครองได้จากขบวนการประชาธิปไตยในปี 2490 โดยที่แต่นั้นมา ทหารได้กลายเป็นรัฐภายในรัฐ เกือบตลอดแม้จะมีทีท่าในทางประชาธิปไตยบ้างก็หาสาระในทางประชาธิปไตยมิได้

ขบวนการ 14 ตุลาคม 2516 เกิดขึ้นจากเยาวชนที่รักสาระของประชาธิปไตย คือรักเสรีภาพในการ แสดงออก รักการอภิปรายและข้อคิดความเห็นที่แตกต่างกัน และเคารพคนที่เห็นต่าง เคารพคนกลุ่มน้อย และคนปลายอ้อปลายแขม โดยไม่ยึดถือเสียงข้างมากว่าถูกต้องเสมอไป

จากเยาวชนกลุ่มเล็กๆเหล่านี้ได้ขยายใหญ่ขึ้น จนเกิดการเรียกร้องรัฐรรมนูญ ถึงกับทรราชย์ต้อง ปลาสนาการไปในวันดังกล่าว แต่ทหารก็ยังคงเป็นรัฐภายในรัฐ แม้การปกครองจะมีทีท่าเป็นประชาธิป ไตยอยู่บ้าง แต่ที่ซ้ําร้ายก็คือ นายทุนเข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยตรง คือไม่ต้องอยู่ใต้ฉายาของแม่ทัพ นายกองดังแต่ก่อน

พร้อมกันนั้น พรรคคอมมูนิสต์ก็มีบทบาทในทางการเมือง ทั้งบนดินและใต้ดิน จนเกิดโศกนาฏ กรรมอันยิ่งใหญ่ขึ้นได้เมื่อวันที่6 ตุลาคม 2519

เผด็จการทหารและเสนาอํามาตยาธิปไตยสามารถเสกสรรปั้นแต่งให้นายปรีดีพนมยงค์และคณะ ราษฎรที่มุ่งทางสาระของประชาธิปไตยให้เป็นตัวเลวร้าย เพราะกุศลจรรยาของเขา และคณะ ในการ อภิวัฒน์ 2475 และในขบวนการเสรีไทยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ครั้นเมื่อถึง 6 ตุลาคม 2519 นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ก็กลายเป็นคนเลวร้ายไปในอีหรอบเดียวกัน ทั้งๆ ที่เราจะหาคนที่อุทิศตน เพื่อสันติ ประชาธรรม และอหิงสธรรม เพื่อความยุติธรรมทางโครงสร้างของสังคม ยิ่งไปกว่าสองคนนี้มีอีกละหรือ

ทหารเป็นรัฐภายในรัฐ โดยร่วมกับศักดินาขัตติยาธิปไตย และสมาทานทุนนิยม บริโภคนิยม อย่างสุดๆ พร้อมๆ กับเชื่อว่าเทคโนโลยี่ล่าสุด จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้ได้หมด แต่ก็ไม่ทิ้งไสยเวทวิทยา อย่างเลวร้าย ความคิดคํานึงถึงคนยากไร้ มีแต่ที่ริมฝีปาก ที่จะเรียนรู้จากภูมิธรรมชาวบ้านนั้น หามีไม่ แม้พุทธศาสนาที่เขาอ้างว่าเคารพนับถือ ก็เป็นสัทธรรมปฏิรูปเสียแหละมากกว่าอะไรอื่น หาไม่คณะ พระธรรมกายจะงอกงามได้ถึงเพียงนี้ละหรือ โดยที่สถาบันสงฆ์กระแสหลักส่วนใหญ่ ก็มีแนวโน้ม ไปในทางที่สวนทางกับพระสัทธรรมเสียโดยมากอีกด้วย

สื่อมวลชนกระแสหลักมอมเมาคนด้วยลัทธิทุนนิยมและบริโภคนิยม การศึกษากระแสหลัก ก็สอนให้คนใช้แต่ความคิด ในทางที่เห็นแก่ตัว ยิ่งกว่าที่จะโยงใยจิตใจมาสะกดหัวสมองให้เห็นคุณค่า ของคนอื่น สัตว์อื่น และธรรมชาติที่แวดล้อมเราทั้งหมด ซึ่งต้องเป็นไปด้วยกันในทางอิทัปปัจจยตา

เมื่ออภิมหาอํานาจอย่างสหรัฐลดบทบาทลง อภิมหาอํานาจอย่างจีน ก็ย่อมเข้ามาแทนที่อย่างเลว ร้ายกว่า โดยที่บรรษัทข้ามชาติก็เข้ามาก้าวก่ายกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งในระดับชาติ จนระดับ ท้องถิ่น โดยยากที่ใครจะเห็นโทษของ 7-11 หรือโค้ก ซีพีและอาหารแดกด่วน รวมทั้งถุงพลาสติกและโฟม ตลอดจนสารพิษทั้งหลายที่ใช้ควบคู่ไปกับผักผลไม้และมัจฉามังสาหารต่างๆ

เมื่อ 25 ปีก่อน มีการเรียกร้องให้ประชาธิปไตยกลับคืนมา แม้เพียงในรูปแบบ ราษฎรก็ถูกสังหาร เสีย มิใช่น้อย กว่าจะตกลงกันได้โดยได้รับการพระราชทานนายกรัฐมนตรีแม้จนบัดนี้แล้ว มีกี่คนที่แลเห็น ว่านั่นเป็นการฉ้อฉลทางสาระของประชาธิปไตย

นิมิตดีก็ตรงที่มีนิสิตนักศึกษาบางคนที่แหวกว่ายออกจากวงเวียนของการศึกษาแบบกะลาครอบอ อกมาได้บ้างดังที่เรามีกลุ่มปริทัศน์เสวนาและศึกษิตเสวนา ซึ่งนําไปสู่เหตุการณ์14 ตุลาคม 2516

นิสิตนักศึกษาหัวก้าวหน้าร่วมสมัยในบัดนี้ จะมีใครเรียนรู้ถึงจุดเด่นและจุดด้อยของกลุ่มปริทัศน์ เสวนา และศึกษิตเสวนา และสภากาแฟต่างๆตามมหาวิทยาลัย อีกหลายต่อหลายแห่ง รวมถึงสภาหน้าโดม ด้วยบ้างหรือไม่ พวกเขาจะรวมตัวกันศึกษาหาความรู้จนอาจไปพ้นคนรุ่นพี่และรุ่นก่อนเขาได้ไหม ถ้าคน พวกนี้พร้อม เขาคงร้องตะโกนเรียกได้ว่า

“เอาคสช.คืนไป เอาประชาธิปไตยคืนมา”

ถึงอย่างไร คสช.ก็ต้องมีอันเป็นไป ดัง รสช.พังทลายไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ประชาธิปไตย จะคืน มาได้ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเลือกตั้ง ถ้าเช่นนั้น มันก็จะอีหรอบเดิม ดังพรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่ดีไปกว่า คณะพรรคของทักษิณ ชินวัตรเท่าไรนัก พวกประชาธิปัตย์อาจเลวร้ายน้อยกว่า แต่ขาดความฉลาดเฉลียว ที่แท้ในขณะทักษิณและพลพรรคของเขาฉลาดแกมโกงยิ่งกว่าเป็นไหนๆ เราต้องการประชาธิปไตย แบบนี้ ละหรือ

ถ้าเราต้องการประชาธิปไตยที่สาระ ประการแรก ต้องเริ่มจากการใช้ความคิดและมีสติวิจารณญาน ประกอบกับคําพูดที่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมที่จะรับฟังความคิดที่ต่างจากเราด้วย ความ เคารพ แม้เขาจะด่าว่าร้ายเรา ก็ขอให้ถือว่าในสภาพเช่นนี้ ให้เขาด่าเราเท่ากับเขาได้ระบาย เขาจะไปด่าคน ที่มีอํานาจมากกว่าเรา เขาย่อมต้องคดีอาญาตามมาตรา 112 ได้ง่ายๆ 

จากความคิดและคําพูดที่เป็นสาระ และพร้อมทั้งการเคารพทัศนะที่ต่างออกไป เราต้องพร้อมเพื่อ แสดงคําพูดของเราเองจากหัวใจ เราต้องเรียนรู้จากคนเล็กคนน้อย คนปลายอ้อปลายแขม และคนที่ถูกกดขี่ โดยโครงสร้างอันอยุติธรรมและรุนแรง คนพวกนี้ รวมถึงเพื่อนมุสลิมมลายูทางภาคใต้ เพื่อนอีสานเป็น จํานวนไม่น้อยรวมถึงชนเผ่าในทิศทางต่างๆ แม้ผู้คนในสลัมรอบๆตัวเรานี่เอง

มหาตมะ คานธียิ่งใหญ่ขึ้นมาในอินเดีย เพราะท่านไปเรียนรู้จากคนเล็กคนน้อย และดํารงชีพอย่าง คนเล็ก คนน้อย ข้อเสียของท่านคือท่านเป็นเอกบุรุษมากเกินไป และสมยอมกับระบอบวรรณะซึ่งกดขี่ชน ชั้นล่างอย่างรุนแรงและมากเกินไป

ถ้าคนรุ่นใหม่ของเราเรียนจากคานธี ต้องเรียนจุดเด่นและจุดด้อยของท่าน พร้อมกันนั้นก็ควร เรียนจากอัมเบดก้า ซึ่งสมาทานพุทธศาสนา ที่สาระและนํามาประยุกต์เพื่อความยุติธรรมทางสังคม

ที่ว่ามานี้ เพียงยกตัวอย่างสองคนนอกเมืองไทย โดยเราควรมองไปที่เมืองแขกมากกว่าเมืองฝรั่ง สําหรับในเมืองไทย เราต้องเรียนรู้ถึงความสําเร็จและความล้มเหลวของนายปรีดี พนมยงค์และนายป๋วย อึ๊งภากรณ์รวมถึงม.จ.สิทธิพรกฤดากรด้วย

ยังคนที่ใกล้ตัวเราและเพิ่งจากเราไปอย่างวนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ ก็เป็นแบบอย่างให้เราเรียนรู้ได้ แม้เธอจะตายจากไปแล้ว ก็ยังหาความรู้จากคนใกล้ๆตัวเธอ และผลงานของเธอ โดยที่จากจุดนี้เราจะเข้าถึง ความสําเร็จและความบกพร่องของสมัชชาคนจน

สมัชชาคนจนเป็นเสาหลักที่สําคัญยิ่งของเรา เพราะคนจนนั้นเป็นรากฐานของสังคมเรา ซึ่งยังคง แนบแน่นอยู่กับภูมิธรรมดั้งเดิมของเรา ทั้งทางความงาม ความดีและความจริง แม้นอกกสมัชชาคนจน ออกไป คนขั้นรากหญ้าเหล่านี้ยังมีอีกไม่น้อยที่ต่อสู้เพื่อชุมชนของเขา เพื่อธรรมชาติที่แวดล้อมพวกเขา ตลอดจนปฏิเสธการครอบงําพวกเขา โดยชนชั้นปกครอง คนพวกนี้ไม่ยอมถูกล้างสมอง โดยการศึกษา ของรัฐ หรือสื่อมวลชนที่รับใช้ทุนนิยมและบริโภคนิยม

ถ้าคนรุ่นใหม่เริ่มเข้าใจสาระของคนที่เป็นรากหญ้าของเรา เรียนรู้จากเขา เคารพเขา แล้วเขาก็ต้อง การเรียนรู้จากเราและเคารพนับถือเรา เมื่อนั้นกัลยาณมิตรจะเกิดขึ้นระหว่างคนขั้นพื้นฐาน กับพวกเรา ซึ่ง เป็นชนชั้นกลาง ซึ่งส่วนมากลืมกําพืดของเราไปแล้ว และจากจุดนี้ที่กัลยาณมิตรจักเกิดขึ้นอย่างแท้จริง นั่น แล สาระของประชาธิปไตยย่อมจะบังเกิดขึ้นได้จริง สิ่งซึ่งเรียกว่าความเสมอภาค ภราดรภาพ และเสรีภาพ จะเป็นของจริง ไม่ใช่เป็นวาทกรรมอย่างที่เรียกร้องกัน เมื่อเกิดการปฏิวัติใหญ่ในฝรั่งเศส

เราต้องการการอภิวัฒน์ในสยามอีกครั้ง จากบทเรียนที่ล้มเหลวมาเมื่อพ.ศ.2490 จนถึงกับมีขบวน การ ที่ทําลายความทรงจําถึงคณะราษฎรทั้งหมด แม้หมุดที่จารึกคําประกาศของคณะราษฎร ซึ่งมีข้อความ ว่า “ ณ ที่นี้๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เวลาย่ํารุ่งคณะราษฎรได้ก่อกําเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ” ก็ยังปลาสนาการไปได้หากโดยที่นั่นคือการทําให้ผู้คนลืมจุดกําเนิดของประชาธิปไตยในเมืองไทย แต่สาระ ของประชาธิปไตย ไม่มีใครสามารถทําให้จางหาย หรือลบเลือนไปได้แม้พวกเขาจะใช้ละครน้ําเน่า และ ภาพยนตร์ ซึ่งมอมเมาถึงความยิ่งใหญ่ของวีรบุรุษปลอมในอดีต แต่นั่นก็เป็นของปลอม ซึ่งย่อมไม่คงทน ถาวร โดยที่สัจภาวะย่อมคงทนถาวรตลอดไป และแล้วความเท็จก็จะสลายไป หากความจริงย่อมธํารงทรง ไว้ชั่วกัลปาวสานต์

ส.ศ.ษ.
22 พ.ค.60
ครบสามปีของวันที่
คสช.ยึดอํานาจด้วยการทําลายล้างสาระของประชาธิปไตยและเบียดเบียนบีฑาราษฎรไทยยิ่งๆ ขึ้นทุกที



พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปรักษาตัวในยุโรป โรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ - Prawit being treated in hospital in Europe for Meniere's disease





Deputy Prime Minister and Defence Minister Prawit Wongsuwon is in a hospital in Europe and is being treated for Meniere's disease, according to a source close to him.
.
Meniere's disease is an inner ear disorder. Patients may feel dizziness and suffer tinnitus, hearing loss and ear pain.

Source:
http://www.bangkokpost.com/news/general/1255495/prawit-being-treated-in-hospital-in-europe
...

อ่านข่าวบอกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปรักษาตัวในยุโรป

Prawit being treated in hospital in Europe
http://www.bangkokpost.com/news/general/1255495/prawit-being-treated-in-hospital-in-europe

ช่าวเมื่อตอนกลางวัน
‘ประวิตร’ลั่น กลับมาทำงานพรุ่งนี้ แจงไม่ได้เป็นอะไรมาก
https://www.matichon.co.th/news/566408

แล้วเป็นห่วงขึ้นมาทันใด
เกรงว่าอาการจะหนักขึ้นกว่าเดิม
ขออวยพรให้
กลับมากร่างในประเทศไทยต่อนะตรับ

.............
บิ๊กป้อม ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยัวะทำร้ายนักศึกษายังไงว่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=fDCfbkg8zRM


Thanapol Eawsakul

ooo

Meniere's Disease - What Happens in the Inner Ear?



Fauquier ENT

Published on Feb 6, 2015
http://www.FauquierENT.net - This video explains what occurs at the inner ear level in patients suffering from Meniere's Disease. This condition is described as ear fullness and tinnitus that is followed by severe spinning attacks or vertigo that last hours to days. Once the dizziness resolves, hearing and balance is back to normal.



ooo

โรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ

ที่มา โรงพยาบลบำรุงราษฎร์

โรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ หรือที่มักเรียกกันว่าโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s disease) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน พบได้ค่อนข้างบ่อยในคนทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ 20-50 ปี โดยเพศชายและเพศหญิงจะมีอัตราการเกิดโรคนี้ในสัดส่วนที่พอๆ กัน

สาเหตุของโรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ

ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ แต่พบว่าอาการของโรคเป็นผลมาจากความผิดปกติของน้ำที่อยู่ภายในหูชั้นใน

อาการของโรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ


อาการหลัก ได้แก่ อาการเวียนศีรษะ ซึ่งมักจะเป็นอาการเวียนศีรษะรุนแรงและมีความรู้สึกหมุนร่วมด้วย บางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมกับการสูญเสียสมดุลของร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เซหรือล้มได้ง่าย ทั้งนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการเวียนศีรษะนานเป็นนาทีจนถึงหลายชั่วโมงเลยก็ได้ ในระหว่างที่เกิดอาการ ผู้ป่วยจึงควรอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับศีรษะ เพราะอาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะเพิ่มขึ้น

อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่


การได้ยินลดลง มักพบในช่วงระยะแรกของโรค มักเป็นชั่วคราวโดยที่การได้ยินจะลดลงในช่วงเกิดอาการเวียนศีรษะ เมื่อร่างกายกลับสู่ภาวะปกติการได้ยินจะดีขึ้น แต่หากปล่อยให้โรคดำเนินไปมากขึ้น การได้ยินอาจเสื่อมลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหูตึงหรือหูหนวกได้ในที่สุด

อาการเสียงรบกวนในหูและอาการหูอื้อ อาจเป็นๆ หายๆ ได้ในช่วงระยะแรกของโรค บ่อยครั้งอาจพบว่าเสียงรบกวนในหูจะดังมากขึ้นหรือผู้ป่วยมีอาการหูอื้อมากขึ้นเมื่อจะเกิดอาการเวียนศีรษะ แต่ในระยะหลังๆ ของโรค อาการนี้อาจเป็นอยู่ตลอดไป


วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 25, 2560

หวยออก "โกตี๋" โดน อีก !! ‪"บิ๊กเจี๊ยบ" แฉ เครือข่าย "โกตี๋" และ ทหารแตงโม -คนมีสี เป็นผู้ต้องสงสัย บึ้ม รพ. พระมงกุฎฯ กลุ่มที่ทำจริง ๆ อย่าลืมส่งแจกันดอกไม้ไปแต๊งกิ้ว ผบ.ทบ.





"โกตี๋" โดน อีกแล้ว !!

‪"บิ๊กเจี๊ยบ" แฉ เครือข่าย "โกตี๋" และ ทหารแตงโม -คนมีสี เป็นผู้ต้องสงสัย บึ้ม รพ.พระมงกุฎฯและ รอการสืบสวนหลักฐาน เผยตร.เตรียมเชิญตัวผู้ต้องสงสัยเร็วๆนี้ /เผยประสานทางการลาว "โกตี๋"อีกครั้ง‬

"เป็นพวกหลบหนีคดี ไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และแสดงท่าที ก้าวร้าว
และปลุกให้มีการใช้กำลัง และปลุกระดมคนให้ใช้กำลัง"

พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่า ส่วนบุคคล ที่ปฏิบัติ นั้น ไม่แน่ใจว่า เป็นคนกลุ่มนี้หรือไม่ แต่เป็นคนในประเทศ อาจเชื่อมโยง กลุ่มฮาร์ดคอร์ ที่เราเคยจับไป เมื่อครั้งที่แล้ว

เมื่อถามว่า คนที่หลบหนีอยู่ ในตปท.และก้าวร้าวปลุกระดม หมายถึง กลุ่ม นายโกตี๋ ใช่หรือไม่ พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่า ใช่ ที่ผ่านมา มีการปลุกระดม ผ่านโซเชี่ยล มาโดยตลอด เราก็ดำเนินการ อาศัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาแล้ว แต่ก็เงียบไป แต่เราประสาน เพื่อขอตัว และติดตามตัวอยู่ เพราะถิอเป็น ผู้ต้องสงสัย ที่อยู่ในข่าย

ส่วนคนที่ก่อเหตุ จะเป็นทหารแตงโมหรือไม่นั้น พลเอกเฉลิมชัย กล่าวว่า ยังไม่สามารถ ระบุไปได้ว่า กลุ่มใดบ้าง ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องสงสัย ผมไม่กล้าวิเคราะห์ อยากให้ยึดตามหลักฐานจาก ตำรวจ ว่าอะไรเป็นอะไร การเดาสุ่ม ไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคม

ส่วนคนมีสี นั้น ผบทบ. กล่าวว่า เป็นผู้ต้องสงสัยหมด เราสงสัยใครก็ได้. แต่จะบอกว่า คนนั้นคนนี้ ตัองมีหลักฐานชัดเจน เพื่อมุ่งไปสู่ตัวเขา นำคนต้องสัยมาออกสื่อ จะหม่เป็นผลบวก ต่อเรื่องปรองดอง


Wassana Nanuam

.....

ตกลง ระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎ หวยออกเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ คือโกตี๋ และพวกอยู่นอกประเทศ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1461276200597500&set=a.440635312661599.102230.100001454030105&type=3&theater

....
ส่วนกลุ่มที่ทำจริง ๆ ต้องส่งแจกันดอกไม้มาขอบคุณ ผบ.ทบ.
Thanapol Eawsakul


อวดภาพ สะท้อนน้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้ดี...





















...





ไม่ผิดแน่... ชี้ 3 กลุ่มโยงบึ้มรพ. ตร.ได้ภาพสเกตช์ (ประเทศซี้ซั้ว 4.0% !!)





ไอ้หมอนี่ ยังรับค่าปรึกษาจากทายาทหอยทอดแซ่โซวเดือนละ 5 หมื่นอยู่หรือเปล่า ??


Sa-nguan Khumrungroj

ผู้เชี่ยวชาญใต้ ฟันธง"ระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ"ไม่เกี่ยว บีอาร์เอ็น หรือ ไอเอส




https://www.youtube.com/watch?v=DWyaIWdt8PQ

ผู้เชี่ยวชาญใต้ ฟันธง"ระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ"ไม่เกี่ยว บีอาร์เอ็น หรือ ไอเอส

jom voice

Published on May 24, 2017

ดร.ศรีสมภพ จิตต์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนใต้ หรือ Deep South Watch ให้สัมภาษณ์ Thais Voice กรณี จดหมายเตือนที่ส่งถึง ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ให้ระวัง บีอาร์เอ็น ไอเอส. จะลอบวางระเบิด รพ.และเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า เหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ ไม่ใช่ฝีมือของ บีอาร์เอ็น หรือ กลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติอย่างแน่นอน ทั้งสถานที่ที่เลือกทำ ลักษณะของระเบิดที่ใช้ และเหตุระเบิดหลายครั้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีครั้งใดเป็นผลงานของกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ ส่วนระเบิดที่ บิ๊กซี ปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น ปีกทหาร ซึ่งบีอาร์เอ็น มีหลายกลุ่ม กลุ่มที่ปฎิบัติการและใช้ความรุนแรงในพื้นที่ เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ร่วมเจรจาสันติสุขกับรัฐบาลไทย แต่การเลือก บิ๊กซี เป็นเป้าหมายนั้นได้ทำลายมวลชนในพื้นที่ของบีอาร์เอ็นลงไปอย่างมาก และไม่เชื่อว่ากรณีนี้เป็นเพราะความขัดแย้งการทำธุรกิจระหว่างกลุ่มซีพี กับ กลุ่มนักธุรกิจมุสลิมในพื้นที่

2 Thailand News from Al Jazeera: Deep divisions remain since 2014 military coup + How life has changed in Thailand since 2014 military coup




https://www.youtube.com/watch?v=538xLLv0ze4

Thailand: Deep divisions remain since 2014 military coup


Al Jazeera English

Published on May 24, 2017

Thailand: Deep divisions remain since 2014 military coup

It has been three years since a military coup deposed Yingluck Shinawatra, who was then prime minister.

The coup came as many Thais opposed Shinawatra's government over alleged corruption.

Al Jazeera's Scott Heidler reports from Bangkok.

ooo

How life has changed in Thailand since 2014 military coup



https://www.youtube.com/watch?v=jZuTExJ4_dQ

Al Jazeera English

Published on May 21, 2017

May 22 marks three years since the then-Commander in Chief of the Royal Thai Army Prayuth Chan-o-cha staged a military coup against Yingluck Shinawatra’s government and took power.

Al Jazeera's Scott Heidler reports from the Thai city of Chiang Mai on how residents feel life has changed since the coup.

Lèse-majesté madness: Thailand (The Economist Espresso)





Lèse-majesté madness: Thailand


A military court will today hear testimony in a case involving a man who claims to have been in telepathic contact with the late King Bhumibhol. He is accused of making false claims about the monarchy’s property. If found guilty, he will face up to 15 years in jail. In its hunt for perceived critics of the monarchy, the junta has locked up more than 100 people, including a 14-year-old boy. Recent sentences for insulting a royal have exceeded the standard for murder. Police warn that punishment now looms for any who view “anti-monarchy” content online. Since Bhumibhol’s death last October, public debate on Thailand’s political future and the royalty has been even more muzzled by lèse-majesté and other laws than previously. The junta is building a quasi-theocratic order in which it and the monarchy monopolise sacred authority, political leadership and military power. An end to autocratic rule and the idolisation of the king appears far off.

Source: The Economist Espresso
May 25th 2017


"พวกมันทำกันเอง" โกตี๋อ้างว่า "ผมมีพวกตุ๊กแก จิ้งจก อยู่ตรงนั้น...

อีกคืบของการหาคำตอบว่าใครอยู่เบื้องหลังการระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏฯ กันแน่

หนึ่งในเป้าหมายของรัฐบาลประยุทธ์ ที่ชี้หน้าว่าเป็นประเด็นการเมืองเพื่อดิสเครดิต คสช. ว่าอาจเป็นผู้กระทำการก็คือ กลุ่มสาธารณรัฐไทยใหม่ ซึ่งมีอดีตแกนนำเสื้อแดงปทุมธานี นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ 'โกตี๋' เป็นกำลังสำคัญ ซึ่งเพิ่งประกาศตนลงพื้นที่สะสมกำลังคน และฝึกฝนไว้ต่อต้าน คสช. ตราบเท่าที่โอกาสจะอำนวย นั้น

ได้ให้สัมภาษณ์สดกับ จอม เพชรประดับ ในรายการ Thai Voice ทางกระดานสื่อยูทู้ป

โกตี๋ตอบทันควันว่า "พวกมันทำกันเอง" เมื่อถูกถามตรงๆ ว่ารู้เห็นอะไรหรือไม่ เขาว่าตนลงพื้นที่นอนกลางดิน "ฝนตกก็เปียกทุกที" แม้จะอยู่ในบริเวณ 'จมูก' ของ 'พวกมัน' ก็ตาม ไม่สามารถจะทำได้ขนาดนั้นหรอก

"วันนี้เราไม่มีใครนำ เราไม่มีใครหนุน ทุกคนที่มาร่วมด้วยจิตอาสา"

อีกทั้ง "คือถ้าพวกเราทำได้นะ เราไม่ระเบิดโรงพยาบาลหรอก" แต่จะ "ระเบิดทำเนียบ ระเบิดบ้านพวกมัน"

เมื่อถูกซักย้ำว่ามีอะไรยืนยัน "พวกมันทำกันเอง" โกตี๋อ้างว่า "ผมมีพวกตุ๊กแก จิ้งจก อยู่ตรงนั้น...

แม้แต่การส่งหน่วยหมวกแดงแบเล่ต์ ๒๐ คน (ที่ไปดูทำเนียบ วันนี้) ก็มีคนของเราอยู่ในนั้น...

พวก รปภ. รักษาความปลอดภัยของมัน มีพวกเราอยู่ในนั้นหมด ทุกโรงพยาบาลมีพวกเราอยู่ที่นั่นหมด"

อีกประเด็นที่โกตี๋อ้างพิรุธ 'พวกมัน' ว่า "ทหารเก็บกล้องวงจรปิดไป" อ้างจะตรวจสอบก่อน ตัดหน้าตำรวจ ไม่สามารถเข้าถึงได้

ใช้ทหารหน่วยรบพิเศษคุมทำเนียบแทนตำรวจ แสดงถึงความไม่ไว้วางใจในหมู่พวกเดียวกัน?





เห็นข่าวใช้ทหารหน่วยรบพิเศษคุมทำเนียบแทนตำรวจก็รู้ความขัดแย้งภายในที่รุนแรงขึ้น และมีประเด็นที่น่าติดตามคือ

1.เกิดความไม่ไว้วางใจในหมู่พวกเดียวกัน จึงต้องใช้ทหารที่เป็นลูกน้องใกล้ชิดของตัวเองดูแล

2.ระบบราชการไทยเป็นระบบพวกพ้อง แม้แต่หัวหน้าคณะรัฐประหารที่อ้างตัวว่ามีอำนาจสูงสุดก็ยังไม่ไว้ใจ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ยังคงสภาพแบบศักดินาสมัยอยุธยา ที่กองทหารมาจากทาสและไพร่สายอำนาจใครสายอำนาจนาจมัน ไม่วางใจกัน เพราไม่ใช่ทหารของชาติแต่เป็นกองกำลังส่วนตัว

3.ประยุทธตีนลอยไม่มีบารมีและไม่มีกำลังของตัวเองแล้ว ต้องใช้กำลังรบพิเศษของพล.อ.เฉลิมชัย ทำให้นึกถึงก่อนประยุทธจะทำรปห. มันก็เอากองกำลังของมันมาดูแลนายกฯยิ่งลักษณ์ที่ทำเนียบ และตั้งบังเก้อทั้งกรุงเทพโดยอ้างเพื่อความปลอดภัย...วันนี้ตัวประยุทธ์จะถูกรวบเมื่อไรก็ได้ เพราะกองกำลังของผบ.ทบ.คุมหมดแล้ว


Sunai Chulpongsatorn


ooo

เข้ม! ใช้ทหารรบพิเศษหมวกแดงจากลพบุรี สับเปลี่ยนกำลัง รปภ.ทำเนียบ






24 พฤษภาคม 2560
ที่มา มติชนออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันนี้ (24 พ.ค.) ทางกองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หรือเบเรต์แดง จังหวัดลพบุรี ประมาณ 20 นาย ได้มาตรวจความเรียบร้อยในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล โดยได้เดินตรวจบริเวณโดยรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลโดยเฉพาะในจุดสูงข่ม เพื่อเตรียมสับเปลี่ยนกำลังในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาล หลังเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อย่างไรก็ตาม พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เคยเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หรือเบเรต์แดง เมื่อปี 2556 ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเมื่อปี 2558

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่ทหารจากกองพันจู่โจม กว่า 20 นาย สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(นสศ.) ลพบุรี เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลนั้น เป็นไปเพื่อสับเปลี่ยนกำลังรักษาความปลอดภัยตามปกติ โดยก่อนหน้านี้ก็ได้มีการสับเปลี่ยนกำลังกันอย่างต่อเนื่อง ระหว่างทหารจากหน่วยรบพิเศษกับตำรวจสันติบาลต่างทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในทำเนียบฯมาโดยตลอด แต่ทหารจะเน้นไปที่การสอดส่องดูแลความเคลื่อนไหวในพื้นที่โดยรอบ และภายในตลาดคลองผดุงกรุงเกษม รวมถึงเฝ้าระวังเหตุในวิกาล ส่วนพื้นที่ภายในจะมีตำรวจสันติบาลเฝ้าระวังอยู่ แต่การสับเปลี่ยนกำลังในครั้งนี้ ทหารจากกองพันจู่โจม ได้เพิ่มภารกิจในการเข้ามาดูแลพื้นที่ภายในทำเนียบฯด้วย โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารสถานที่ทำเนียบฯ ได้พาเจ้าหน้าที่ทหารเดินชมอาคารต่างๆ ภายในทำเนียบฯ เพื่อความคุ้นเคย พร้อมกับฟังข้อมูลที่จะวางกำลัง ทั้งบนตึกสูง พื้นที่สูงข่ม เพื่อจะดูแลพื้นที่ทั้งในและนอกทำเนียบ ร่วมกับตำรวจสันติบาล ตามคำสั่งของพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช. ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตั้งแต่มีการรัฐประหาร ได้มีการจัดกำลังทหารรบพิเศษ จำนวน 1 หมวด เข้ามาดูแลพื้นที่รอบนอกทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับตำรวจสันติบาล โดยทุกวันอังคาร ที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(อีโอดี) กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ มาร่วมปฏิบัติหน้าที่กับทหารและตำรวจสันติบาลด้วย




คนเลวที่สุด 3 จำพวก... พบได้นี่ประเทศไทย





ผมอยู่ในเมืองคนเลวที่สุด 3 จำพวก

ไม่เลวจริง วางระเบิดในโรงพยาบาลไม่ได้
ไม่เลวจริง ฆ่าคนตายเป็นร้อยไม่ได้
ไม่เลวจริง ยิงหัวคนตายในวัดไม่ได้



Kittiratt Na-Ranong (กิตติรัตน์ ณ ระนอง)


สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ "ศูนย์บิ๊กดาต้า" - คุณรู้ไม๊ศูนย์นี้สามารถติดตามคุณได้



WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI


สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ "ศูนย์บิ๊กดาต้า" จับตา "จอมส่อง"


ที่มา BBC Thai

บทบาทของโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์นับวันยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ทั้งในด้านสนับสนุนธุรกิจ การแสดงความคิดเห็นของคนในสังคม แต่ในอีกมุมหนึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มองว่า ปัจจุบันพฤติกรรมกระทำความผิดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คก็มีแนวโน้มรุ่นแรงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของประเทศ รวมไปถึงการกระทำหรือการแสดงความคิดเห็นในลักษณะ ปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง

มุมมองดังกล่าวของกระทรวงดีอี ปรากฎในส่วนหลักการและเหตุผลของเอกสารขอบเขตของงาน หรือ ทีโออาร์ ในการจัดตั้ง "ศูนย์ข้อมูล Big Data และวิเคราะห์อาชญากรรมเทคโนโลยี เพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน สังคม และความมั่นคงของชาติ" ภายใต้งบประมาณ 128.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณผูกพันของปีนี้และปีหน้า

อย่างไรก็ตาม น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ชี้แจงผ่านสื่อเช่น เว็บไซต์มติชนออนไลน์ และผู้จัดการออนไลน์ ในวันนี้ (24 พ.ค.) ว่า ระบบดังกล่าวไม่ได้ใช้จับผิดประชาชน แต่มีไว้เพื่อสืบหาการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังเป็นการขยายขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับเนื้อหาตามเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ที่พบว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย

บีบีซีไทยรวบรวมประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ศูนย์ข้อมูลดังกล่าวนี้ที่จะทำหน้าที่จับตา หรือ "บิ๊กบราเธอร์" ผู้ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คทุกคนในประเทศนี้ในอนาคต

ใครจะรับบทเป็น 'บิ๊กบราเธอร์'

เมื่อพิจารณาจากเอกสารทีโออาร์ ของตั้งศูนย์ข้อมูลดังกล่าวจะประกอบด้วยคณะทำงาน 30 คน ที่ผลัดเวรกันทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะจัดจ้างเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.


LEON NEAL/AFP/GETTY IMAGES


โดยในจำนวนนั้น จะมีผู้เชี่ยวชาญจาก ปอท. 2 คน โดยผู้เชี่ยวชาญคนแรกจะต้องมีความสามารถด้านการประมวลผลทางภาษา อย่างเช่น ภาษาธรรมชาติ ปัญญาประดิษฐ์ ด้านการแปลภาษาด้วยเครื่อง การรู้จำตัวอักษรไทย การสังเคราะห์เสียงด้วยข้อความภาษาไทย และการสืบค้นแบบข้อความเต็ม (Full Text Search)

ส่วนผู้เชี่ยวชาญอีกคน ต้องมีความรู้ความสามารถในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลจากโซเชียลเน็ตเวิร์ค เช่น การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) และการทำเหมืองเว็บ (Web Mining)

ข้อมูลของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คจะถูกวิเคราะห์อย่างไร

ตามเงื่อนไขทีโออาร์ ได้กำหนดให้ผู้ประมูลต้องเสนอระบบที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่รองรับความหลากหลายในการสื่อสารในยุคปัจจุบัน เช่น ความสามารถในการกรองข้อมูลที่ต้องการค้นหาคำคล้ายกันได้ เช่น คำว่า "อีเมล์" กับ "อีเมล" หรือคำพ้องเสียง เช่น คำว่า "กานต์" "การ" "กาล" หรือ "กาฬ" นอกจากการค้นหาด้วยคำสำคัญคือสามารถค้นหาเป็นวลีได้



PETER MACDIARMID/GETTY IMAGES


นอกจานี้ ระบบของผู้ประมูลนำเสนอจะต้องมีความสามารถเลือกกรองเนื้อหาตามความรู้สึกได้ โดยสามารถกรองได้ในระดับการเลือกโพสต์และเพจ ความเห็นต่อโพสต์ นั้นและความคิดเห็นของคลิปวิดีโอใน ยูทิวบ์ นอกจากนี้ยังสามารถรวม (Merge) ผู้ใช้จากสังคมออนไลน์ที่ต่างกัน ในกรณีที่รู้ข้อมูลอื่นเพิ่มเติม เช่น อีเมล์เดียวกัน อีเมล์ใกล้เคียงกัน หรือ เนื้อหาใกล้เคียงกัน

คุณทราบหรือไม่ศูนย์นี้สามารถติดตามคุณได้

ระบบของผู้ประมูลจะต้องมีความสามารถในการติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เจ้าพนักงานต้องการติดตามได้ เช่น การติดตามการโพสต์ทวีตของผู้ใช้คนใดคนหนึ่ง เหตุการณ์ที่ผู้ใช้โพสต์วิดีโอในเครือข่ายยูทิวบ์ได้ โดยไม่เลือกข้อมูลใดๆ แล้ว จะต้องแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น
ในกรณีที่เป็นทวีต จะต้องสามารถแสดงข้อมูลการรีทวีตของทวีตนั้นได้
ในกรณี ยูทิวบ์ ต้องสามารถแสดง คอมเมนต์ หรือการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องได้
ในกรณีโพสต์บนเฟซบุ๊ก เพจ ต้องสามารถแสดงคอมเมนต์ และไลค์ ที่เกิดขึ้นได้
ในกรณี อินสตาแกรม ต้องสามารถแสดง คอมเมนต์และ ไลค์ ที่เกิดขึ้น

ผู้ประมูลต้องจัดให้มีระบบที่สามารถวิเคราะห์การกระจายข้อมูลในโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ โดยจัดเก็บและวิเคราะห์ตามเวลาที่ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับเครือข่ายได้ โดยกรองข้อมูลตามเวลาที่ต้องการแสดงได้

จับตาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานได้

ความสามารถอีกประการของศูนย์ดังกล่าวนี้ตามทีโออาร์กำหนด คือระบบต้องสามารถค้นหาชุมชนเสมือนในโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ โดยการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของผู้ใช้ได้ สามารถค้นหาผู้ใช้ที่มีอิทธิพลสูงในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ได้จากการเชื่อมต่อไปยังผู้ใช้คนอื่นๆ รวมถึงในเชิงพฤติกรรมการส่งต่อข้อมูลในโซเชียลเน็ตเวิร์ค

ขณะที่ระบบดังกล่าวจะสามารถเก็บข้อมูลแสดงกราฟความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้และแสดงเป็นกราฟความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ได้ในระดับผู้ใช้จำนวนล้านคนขึ้นไป โดยต้องสามารถแสดงข้อมูลที่มีความหมายเพื่อให้เจ้าพนักงานสามารถเลือกโหมดที่ตนเองสนใจได้ง่าย


JONATHAN NACKSTRAND/AFP/GETTY IMAGES


ที่น่าสนใจอีกประเด็นคือ ระบบจะต้องสามารถนำเสนอตำแหน่งบนแผนที่ของผู้ใช้งานแต่ละคนรวมทั้ง กลุ่มผู้ใช้แต่ละคนในเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คได้ โดยต้องสามารถแสดงผลลัพธ์ได้ตามช่วงเวลา ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ยังระบบต้องสามารถวิเคราะห์ความคล้ายกันของผู้ใช้และกลุ่มผู้ใช้ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ได้ โดยใช้ข้อมูลเชิงโครงสร้างของผู้ใช้ได้ ในขณะเดียวกันยังสามารถค้นหาและแสดงแนวโน้มของคำสำคัญที่ปรากฎในเนื้อหาของวัตถุต่างๆ ที่เก็บไว้ได้

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อกำหนดในทีโออาร์ ที่กระทรวงดีอี กำหนดและกำลังดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โครงการดังกล่าวได้รับการประกาศกำหนดราคากลางทางเว็บไซต์ของกระทรวงดีอี ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผู้บังคับการ ปอท.เป็นประธานกรรมการร่างทีโออาร์ เมื่อการประกวดราคาแล้วเสร็จ ศูนย์ดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2561

ทั้งนี่้ มีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องการใช้งานโซเชียลมีเดียของคนไทยในปี 2559 ในงาน "Thailand Zocial Awards 2017" ที่จัดขึ้นวานนี้ (23 พ.ค.) ว่า มีคนไทยใช้งานเฟซบุ๊กสูงถึงกว่า 47 ล้านราย หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งประเทศ รองลงมาคือ อินสตาแกรม 11 ล้านราย และทวิตเตอร์ 9 ล้านราย หากการติดตั้งระบบของ ปอท.แล้วเสร็จ อาจทำให้ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทั้ง 3 แพลตฟอร์มนี้ ตกอยู่ในข่าย "ถูกจับตา"




เคยดูยัง... ความจริงของตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสิน กับการกอบกู้เอกราชและก่อตั้งกรุงธนบุรี โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ




https://www.youtube.com/watch?v=YtCDR_-_ctU&feature=share

Ruammit Channel

Published on Mar 28, 2017

ความจริงของตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสิน กับการกอบกู้เอกราชและก่อตั้งกรุงธนบุรี โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ


14องค์กรใต้ เมินปาฐกถาบิ๊กตู่ ซัด ไม่มีความชอบธรรมหรือความน่าเชื่อถือใดๆ อวดไทยแลนด์ 4.0 แต่พฤติกรรม 0.4



ภาพจาก มติชน


แถลงการณ์เครือข่ายภาคประชาชน 14 องค์กรภาคใต้ตอนล่าง

“ ทำไมพี่น้องหลายกลุ่มปัญหาในภาคใต้ จึงเมินปาฐกถานายกรัฐมนตรีในวันนี้”


เรียน พี่น้องประชาชน สื่อมวลชน หน่วยข่าวของรัฐและรัฐบาล

มีคำถามที่น่าสนใจมากจากหน่วยงานของรัฐและสื่อมวลชนว่า นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาพูดเรื่องไทยแลนด์ 4.0 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในวันพุธที่ 24 พฤษภาคม 2560 นี้ เครือข่ายภาคประชาชนในสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง จะสนใจมาฟังหรือไม่ หรือจะมาเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่

ทางเครือข่ายภาคประชาชนในภาคใต้ตอนล่างขอชี้แจงว่า การไฟังปาฐกถาเรื่องไทยแลนด์ 4.0 ของนายกรัฐมนตรีนั้น “ไม่มีอะไรน่าสนใจที่จะมาฟังอยู่แล้ว เพราะนโยบายอวดโม้ว่ายุค 4.0 แต่พฤติกรรมยังเป็นยุค 0.4 ยังหนุนถ่านหิน เน้นสร้างท่าเรือ ชอบอนุมัติเปิดเหมือง ผนวกกับทุนในนามประชารัฐยึดกุมประเทศ ควบคุมสื่อ จำกัดสิทธิประชาชน สารพัดวิธีคิดแบบเผด็จการอำนาจนิยม จึงไม่มีประโยชน์ที่จะไปฟัง”

การมาภาคใต้ของนายกรัฐมนตรีและคณะในครั้งนี้ มีปรากฏกฏการณ์ใหม่คือ ภาคประชาชนนิ่งมาก ไม่มีใครสนใจจะไปยื่นหนังสือหรือชูป้ายประท้วงใดๆด้วยซ้ำ เพราะต่างได้ข้อสรุปตรงกันว่า “ไม่มีประโยชน์ที่จะไปแสดงออก ไม่มีประโยชน์ที่จะไปเรียกร้อง เพราะเรายื่นหนังสือมาเป็นร้อยฉบับแล้ว เราแสดงออกในทั้งรูปแบบการประท้วง การรณรงค์ การจัดเวทีวิชาการ หรือกิจกรรมมากมาย ที่อุดมไปด้วยเหตุผลและจุดยืนในการขอมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตตนเองมาตลอด ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับนายกรัฐมนตรีหากมีจิตใจที่พร้อมรับฟังภาคประชาชน”

รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความชอบธรรมหรือความน่าเชื่อถือใดๆแล้วสำหรับภาคประชาชน นายกรัฐมนตรีเองก็ไร้ซึ่งจุดยืนที่จะยืนข้างภาคประชาชน เป็นคนหูตึงเวลาฟังปัญหาและข้อเสนอของภาคประชาชน เป็นคนตามัวใกล้บอดไม่เห็นความทุกข์ยากของผู้คน การพูดทุกวันศุกร์นั้นยิ่งชัดเจนว่า มีโลกทัศน์ที่เอาตนเองหรือกลุ่มลิ่วล้อใกล้ชิดเป็นศูนย์กลาง คอยแต่เทศนาสั่งสอนประชาชน ละเลยการพัฒนาประชาธิปไตยฐานรากอันหมายถึงการฟังเสียงประชาชนและให้ประชาชนร่วมกำหนดอนาคตของตนเอง (ลืมไปว่าจะไปคาดหวังอะไรกับเผด็จการให้มาพัฒนาประชาธิปไตย)

วันนี้ภาคประชาชนไม่ได้หวังอะไรจากรัฐบาลและ คสช.แล้ว ไม่หวังแม้การปฏิรูปใดๆจาก คสช. ภาคประชาชนกำลังกลับมาสร้างฐานประชาชนให้เข้มแข็ง ปกป้องพื้นที่จากการรุกรานของรัฐและทุน สร้างฐานประชาธิปไตยทางตรง และรอการเลือกตั้งใหม่(ซึ่งหวังว่าจะมีจริง) ที่อาจพอจะเป็นความหวังสำหรับการหยุดภาวะชงักงันทางประชาธิปไตยและการที่ประชาชนจะร่วมกำหนดอนาคตตนเอง

การลงมาเยี่ยมพื้นที่ภาคใต้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีจึงไร้ประโยชน์ในการไปแสดงออก ภาคประชาชนเอาเวลาไปทำมาหากินและเอาพลังไปทำงานฐานรากให้เข้มแข็งเพื่อรับมือการรุกรานของรัฐและทุนยังดีกว่า

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
14 องค์กรภาคประชาชนภาคใต้ตอนล่าง

รายชื่อ 14 องค์กรภาคประชาชนภาคใต้ตอนล่าง
1. เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (PERMATAMAS)
2. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้
3. ศูนย์พลเมืองเด็ก
4. เครือข่ายประชาชนปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สงขลา สตูล
5. เครือข่ายชุมชนน่าอยู่พัทลุง
6. เครือข่ายพลเมืองสงขลา
7. เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
8. สมาคมรักษ์ทะเลจะนะ
9. โครงการพื้นที่ชุ่มน้ำปัตตานี
10. สมาคมลุ่มน้ำสายบุรี
11. เครือข่ายพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา
12. ศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติเพื่อชุมชน จะนะ
13. เครือข่ายประชาชนปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สงขลา สตูล
14. เครือข่ายคนหาดใหญ่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน



SNnews


วันพุธ, พฤษภาคม 24, 2560

วิสัยทัศน์และประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการรับมือกับการก่อการร้ายที่เน้นการก่อวินาศกรรม ดูจากระเบิดที่รพ. พระมงกุฎ





"แผ่นดินจะดีในไม่ช้า"

ก่อนเกิดระเบิดที่ รพ. พระมงกุฎ โฆษก คสช. ได้ออกมาตอบโต้นายกยิ่งลักษณ์ว่า 3 ปีของการยึดอำนาจ คสช. ได้ทำให้บ้านเมืองสงบ แต่ระเบิดที่เกิดขึ้นก็ได้ประจานคำตอบดังกล่าว หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการวางระเบิดที่มีลายเซ็นเพราะเกิดขึ้นในโรงพยาบาลของทหารกลางกรุงเทพมหานคร ห้องวงษ์สุวรรณที่ถูกระเบิดอยู่ในโซนวีไอพีที่มดยังเดินผ่านยาก ยิ่งไปกว่านั้นรอง นรม. ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งนามสกุลตรงกับชื่อห้องที่ต้องเข้าผ่าตัดกลับเลือกใช้โรงพยาบาลเอกชนแทน

ประชาชนส่วนหนึ่งจึงเห็นว่าเป็นการทำกันเองเพื่อผลทางการเมือง เพราะห้องวีไอพีอื่นที่อยู่ใกล้กัน เช่น ห้องติณสูลานนท์ หรือห้องยงใจยุทธ ล้วนปลอดภัย แถมกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในบริเวณนั้นทั้ง 13 ตัวก็พร้อมใจกันขัดข้อง ส่วนโฆษกรัฐบาลที่เคยปากเปราะทุกครั้ง เช่น เกิดระเบิดที่ศาลพระพรหมหรือภาคใต้ที่ควันยังไม่ทันจางก็โทษนายกทักษิณแต่ครั้งนี้กลับสงบปากสงบคำ ที่แปลกคือคนของพรรคการเมืองหนึ่งกลับออกมาทำหน้าที่แทนด้วยการโทษกลุ่มการเมืองเก่าที่เสียประโยชน์เป็นคนทำเพื่อดิสเครดิต คสช. โดยก่อนหน้านี้อดีตเลขาธิการของพรรคนี้ได้ออกมาสนับสนุนให้หัวหน้า คสช. เป็นนายกต่อไปอีกสมัย จนทำให้ประชาชนคิดว่าพรรคนี้เป็นสาขาของ คสช. จึงถือโอกาสนี้สร้างผลงานเผื่อ คสช. จะโยนเศษเนื้อเน่าๆ มาให้

เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นยังแสดงถึงวิสัยทัศน์และประสิทธิภาพของรัฐบาล ในการรับมือกับการก่อการร้ายที่เน้นการก่อวินาศกรรมมากกว่าการทำสงครามในรูปแบบ ดังที่เกิดใน รพ. พระมงกุฎ ชายแดนภาคใต้ หรือที่เมืองแมนเชสเตอร์ ดังนั้น เรือดำน้ำหรือรถถังที่ดิ้นรนซื้อมาด้วยเงินภาษีของประชาชนจึงมีประโยชน์น้อยกว่ากล้องวงจรปิดเพราะป้องกันการก่อการร้ายไม่ได้ นอกจากนี้กำลังเจ้าหน้าที่ควรนำมาใช้ป้องกันเหตุร้ายมากกว่าใช้ไปคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือท่าทีของ นรม. ที่ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบแต่กลับฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้สัมภาษณ์ทำนองว่า "การเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนหากบ้านเมืองไม่สงบ" ทั้งที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เมื่อทำหน้าที่ไม่ได้ก็ควรออกไปแต่กลับโยนบาปให้กับประชาชน นิสัยถาวรแบบนี้ใครสั่งใครสอน ไปเรียนจากไหนมา

วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
24 พฤษภาคม 2560


Watana Muangsook

...

(อังกฤษ) เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีการติดตั้ง cctv หรือกล้องวงจรปิดมากสุดในโลกเมื่อเฉลี่ยต่อหัวประชากร ภาพจาก cctv เป็น “เครื่องมือ” สำคัญนำไปสู่การชี้ตัว “มือระเบิดฆ่าตัวตาย” ที่ #ManchesterArena นาย Salman Abedi อายุ 22 ปี เท่ากับจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุด 22 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กผู้หญิงอายุเพียงแปดขวบ ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บอีก 50 กว่าคนก็เป็นเด็กสิบกว่าคนราจึงเห็นผู้คนในเมืองแมนเชสเตอร์นำตุ๊กตามาวาง เพื่อไว้อาลัยให้กับอนาคตของชาติที่กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว
.

ในเมืองไทยก็มี cctv เยอะ แต่ถึงเวลาเกิดคดีสำคัญ ๆ มักจะเสีย (ในโรงพยาบาลของทหาร เป็นต้น) ยกเว้นเวลาจะดำเนินคดีกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลหรือทำงานสิทธิมนุษยชน ทำไม?

https://www.theguardian.com/…/manchester-arena-attacker-nam…
http://www.cbsnews.com/…/ariana-grande-concert-manchester-…/




Pipob Udomittipong