วันอังคาร, สิงหาคม 30, 2559

เรื่องท้าทายรัฐบาลทหาร คสช. ว่าจะ competent แค่ไหน



ได้เวลาพวกเห็บกอดขา คสช. ออกมาเสนอผลสำรวจกันใหม่ จากแหล่งตัวอย่างเดิมพันกว่าคน กับฐานข้อมูลเก่า บนสมมุติฐานที่ว่า

“กับการบริหารประเทศของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมุ่งหวังแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประชาชนว่าสถานการณ์บ้านเมือง จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น”

‘ดุสิตโพล’ กะ ‘โพลกรรณิกา’ เจ้าเก่า แนะทางทางออกแก้ปมติดปลัก ‘dilemma’ ความสง่างามให้บิ๊กตู่ เอาไงดีระหว่างตั้งพรรคเองกับเปรมโมเดล ที่จะเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง

สวนดุสิตที่มักยกหางคณะรัฐประหารมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสนอว่า ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลทหารของประยุทธ์ จันทร์โอชายังสูง

คือเมื่อเอาเชื่อ ‘มาก’ กับเชื่อ ‘มั่ง’ บวกกันแล้วจะได้ ๗๒ เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ชี้แนะว่านักการเมืองพวกที่รอเลือกตั้งไม่มีทางวิเศษเท่า

(http://www.thairath.co.th/content/704279)

โดยอ้างเหตุจากผลงาน ๕ อันดับ ได้แก่ปราบทุจริตคอรัปชั่น (ยกเว้นราชภักดิ์ กับเรื่องระบบเสียงสำนักนายกฯ และเรื่องทหารผ่านศึกขุดลอกคลอง) มาตรการทวงคืนผืนป่า (เฉพาะทับเบิก) จัดระเบียบสังคม (สีลม ประตูน้ำ ป้อมพระกาฬ ฯลฯ) ปัญหาค้ามนุษย์ (เลื่อนจากขั้นต่ำสุดมาเป็นรองโหล่) และลดราคาพลังงาน (ได้ ๕๐ สตางค์ก็ยังดี)

ทั้งปวงเหล่านั้นคะแนนนิยมของทั่นผู้นั้มพ์อยู่ในระดับ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ลงไปถึงต่ำสุดแค่ ๖๓

แล้วยังมีอีก ๕ อันดับสำหรับเร่งรัด (เป็นนัยแฝงเร้นว่าต้องให้ คสช. สานต่อไหมนี่) ได้แก่ เรื่องเศรษฐกิจ (ที่ยอมรับว่าบักโกรกมาก) เรื่องปากท้องค่าครองชีพ (อันนี้เขาอ้างว่าใช้นโยบาย ‘ประชารัฐ ๔.๐’ ที่จะต้องปรับปรุงคุณภาพประชาชนให้เป็น ‘พลเมือง ๔.๐’ เสียก่อน โดยอาศัยยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี คสช.) เรื่องความสงบภาคใต้ (อันนี้ชัดเจน จะครบเดือนแล้วยังไม่ได้ตัวกลุ่มบึ้ม ๗ จังหวัด เพราะดันไปตั้งธงชี้หน้า ‘เสื้อแดง’ ไว้ก่อน)





และแก้ปัญหาเกษตร (ขายยางดาวอังคาร ปลูกหมามุ่ยแทนข้าว และปรับ ๑๐๐ บาทผักตบชวา นี่แค่แซมเปิ้ลสองสามอย่าง เบาะๆ)





ยังไม่พูดถึงสาธารณูปโภค งานหลักของการเป็นรัฐบาล ที่ตอนนี้หน้าฝน ที่ไหนที่ไหนก็น้ำท่วม น้ำบ่า น้ำป่าไหลเข้าเมือง น้ำล้นเข้าบ้านช่อง โรงเรียน แช่น้ำกันอยู่ (กรุงเทพฯ เรียกรอระบาย บ้านนอกเรียก ‘รอลด’ เรื่องเดียวกันคนละที่)

อีกเรื่อง ‘รถไฟฟ้า’ จะเร็วพอประมาณ เร็วปานกลาง หรือเร็วไม่สูงเท่าไหร่ก็ตาม จะสายหัวเมืองหรือในมหานคร ล้วนรอให้รัฐบาลแบบ คสช. เร่งรัดทั้งนั้น ไล่ไม่ทันความสูงของตึกมหานคร





ล่าสุดสายสีม่วงเส้นทางบางใหญ่ถึงบางซื่อเปิดบริการได้แค่ครึ่งเดือนกว่า ร้องจ้าแล้วว่าขาดทุนบรม ผู้โดยสารไม่มาตามเป้า ๘ หมื่นถึง ๑ แสน เอาจริงมีเพียง ๒ หมื่น รายได้วันละ ๖ แสนบาท รายจ่ายค่ารับจ้างบริหารวันละ ๓.๖ ล้านบาท

ทั่นผู้นั้มพ์ทำงานหนัก น่าจะคิดได้ตอนตีสอง ให้ลดราคาค่าโดยสารลง ๓๐ เปอร์เซ็นต์จาก ๔๒ บาทเหลือ ๒๙ บาท เริ่ม ๑ กันยานี้ดูซิว่าจะเพิ่มผู้โดยสารได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ไหม

แต่ก็นั่นแหละปัญหาไม่ได้อยู่เฉพาะที่ราคา เหตุใหญ่เป็นเพราะเส้นทางสั้นไป ยังไม่ต่อติดกับสายบางซื่อ-เตาปูน ซึ่งเชื่อมต่อกับสานสีน้ำเงินได้

“ทำให้ผู้โดยสารยุ่งยากเสียเวลา แถมต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้น ประกอบกับรถตู้ยังเป็นคู่แข่งน่ากลัว ราคาใกล้เคียงกันแต่สะดวกกว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วงจึงไม่เป็นที่นิยม”

(http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php…)

ก็ช่วงเชื่อมต่อระหว่างสายบางใหญ่-บางซื่อกับบางซื่อ-เตาปูนแค่กิโลเดียว ไม่ยักทำให้เสร็จเสียแต่แรกก่อนเปิดเดินสายสีม่วง วิธีบริหารจัดการแบบเอาแต่สั่งลิ่วล้อ ‘ไปทำมา’ มันถึงได้ตะกุกตะกัก ‘hick up’ อย่างนี้

ยังมีเรื่องท้าทายสมรรถนะรัฐบาลทหาร คสช. อีกอย่าง ว่าจะ competent แค่ไหน





อยู่ที่ด้านสาธารณสุข เรื่องการติดต่อและแพร่ระบาดของไวรัสซิก้า ซึ่งศูนย์ป้องกันโรคติดต่อ หรือ ซีดีซี ของยุโรประบุแล้วว่าประเทศไทยอยู่ในเขตสีแดง มีกรณีการติดเชื้อแผ่ขยายเพิ่มขึ้น (นับได้ราว ๑๐๐ ราย)

ที่เชียงใหม่ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแจ้งว่า “พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกา จำนวน ๗ ราย โดยรายแรกพบเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน และล่าสุดพบเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคมที่ผ่านมา”

นางชลลิสา จริยาเลิศศักดิ์ ชี้แจงว่า “ได้ดำเนินการตามมาตรฐานการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น ทั้งการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย การคัดกรองกลุ่มเสี่ยง”

(http://www.brighttv.co.th/…/news/เชียงใหม่ติดเชื้อไวรัสซิก้า ๗ ราย)

ตรงนี้แหละที่ท้าทาย การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย คงทำไม่ได้เต็มที่ในสภาพน้ำท่วมเช่นนี้ ใช่ว่าน้ำท่วมแล้วจะกวาดแหล่งเพาะพันธุ์หมดไป สภาพน้ำขังหลังน้ำท่วมจะทำให้แหล่งเพาะพันธุ์ยุงกลับมาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

แล้วถ้าซิก้าเกิดระบาดแพร่หลายมากขึ้นยิ่งกว่านี้ คสช. จะทำอย่างไร ใช้วิธีงัด ม.๔๔ สั่งพักงานผู้ว่าฯ จังหวัดที่มีน้ำท่วม น้ำบ่า อีกไหม

ฟัง'อ.สุรชัย' ตอบข้อวิเคราะห์วิจารณ์ เทพชัย หย่อง เนชั่นทีวี ที่โยงให้เข้ากับ 15 สมาชิกพรรคปฏิวัติประชาธิปไตยเป็นความผิดฐาน"อั๊งยี่สูงวัย" (รายการปฏิวัติประเทศไทย#148 อ.สุรชัย 29/8/59)




https://www.youtube.com/watch?v=1EaQ-7ajizQ&feature=youtu.be

ปฏิวัติประเทศไทย#148 อ.สุรชัย 29/8/59

ปฏิวัติ ประเทศไทย


Published on Aug 28, 2016
ตอน:ตอบข้อวิเคราะห์วิจารณ์ เทพชัย หย่อง เนชั่นทีวี

ผู้เชียวชาญคอมฯต่างประเทศเชื่อ ATM ธนาคารออมสินถูกแฮกด้วย Ripper malware - Sophisticated malware (dubbed Ripper) possibly tied to recent ATM heists in Thailand





Sophisticated malware possibly tied to recent ATM heists in Thailand

By Lucian Constantin
IDG News Service
Aug 29, 2016 6:33 AM
PC World

Security researchers have found a sophisticated malware program that may have been used recently by a gang of hackers to steal more than US$350,000 from ATMs in Thailand.

A sample of the new malware, dubbed Ripper, was uploaded to the VirusTotal database from an Internet Protocol address in Thailand last week, shortly before local media reported that hackers used malware to steal 12.29 million Baht from 21 ATMs in the country.

The incident forced the state-owned Government Savings Bank to temporarily shut down all of its ATMs made by one vendor so they could be checked for malware, the Bangkok Post reported last week.

Aside from the Ripper sample coming from Thailand, other indicators suggest this program was the one used to pull off the recent ATM heist in the country, security researchers from FireEye said in a blog post Friday.

Based on their analysis, Ripper targets the same ATM brand as the one affected in Thailand, as well as two others. It can disable the ATM's local network interface, which according to some public sources, happened during the recent incident. The sample was also compiled on July 10, around a month before the attack was disclosed publicly.

Once installed on an ATM, Ripper waits for attackers to insert a card with a specially programmed chip. This mechanism, used for authentication, has been used by other ATM malware in the past. Once authenticated, the attacker can issue commands to dispense up to 40 banknotes from the ATM's cash cassettes.

Ripper also has other features seen in past ATM malware programs, including Padpin (Tyupkin), SUCEFUL and GreenDispenser. For example, it features a secure delete option that can be used to destroy forensic evidence, the FireEye researchers said.

ATM malware can be deployed in several ways. One is by insiders who work as technicians and service ATMs. Another is through the CD-ROM or USB ports of the ATMs that are available after opening their covers with special service keys, which can be bought online. This second method can only be used to target ATMs that sit outside, in unsecured places, which seems to have been the case in Thailand.


Lucian Constantin Romania Correspondent


Lucian Constantin writes about information security, privacy, and data protection for the IDG News Service.

แชร์กันสนั่น ความทุเรศของประเทศไทยยุคนี้ ... ปิดหัวลำโพงช่วง Rush Hour เช้าวันจันทร์ เพราะนายกไปเปิดงาน





ความทุเรศของประเทศไทยยุคนี้ ...

ปิดหัวลำโพงช่วง Rush Hour เช้าวันจันทร์ เพราะนายกไปเปิดงาน
รถไฟชานเมืองอย่างน้อย 3 ขบวนหยุดวิ่งกระทันหันที่บางซื่อ
และผลลัพธ์คือความโกลาหลที่บางซื่อ
คิวเข้าสถานียาวเหยียด รถแน่นเบียดตั้งแต่ต้นสาย
ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่มีแผนฉุกเฉิน
จะขอไม่โทษนายก แต่โทษวัฒนธรรมประจบสอพลอ
และวัฒนธรรมคิดน้อยในการทำงาน
... การเลียต้องมาก่อน ราษฎรมาทีหลัง ...
มิตรสหายท่านหนึ่ง






โฉมใหม่รถไฟไทย! คลิป prachachat พาชมขบวนรถโดยสารใหม่



โฉมใหม่รถไฟไทย! คลิปพาชมขบวนรถโดยสารใหม่ โดนใจคนโซเชียล-มาตรการความปลอดภัยดี

"ประชาชาติธุรกิจออนไลน์" ขอเกาะกระแสอินของใหม่ พาผู้อ่านสำรวจขบวนรถโดยสารสุดหรู-ทันสมัย รุ่นใหม่ถอดด้าม ที่ภายนอกดูสวยงาม ภายในกว้างขวาง เรียบง่ายในแบบมินิมอล ช่วยดึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น-คนทำงานให้หันมาเดินทางโดยรถไฟอันแสนคลาสสิคมากขึ้น

ภายในเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคโซเชียล ด้วยสัญญาณ WiFi จะติดต่อสื่อสาร หรือใช้ทำงานก็สะดวก แต่ละที่นั่งมีปลั๊กไฟให้บริการ ไม่ต้องกลัวแบตหมดกันเลยทีเดียว ภายในห้องโดยสารชั้น 1 โดดเด่นด้วยความเป็นส่วนตัว จอ LCD ที่ให้ข้อมูลเส้นการเดินทาง ระยะเวลาที่ใช้ และสามารถเลือกดูหนัง สั่งอาหารได้จากจอ LCD นี้เลย

มาตรการความปลอดภัยเป็นอีกสิ่งที่ให้ความสำคัญ(มาก) ด้วยกล้อง CCTV ประจำจุดทุกตู้รถ นอกจากนี้ ยังปรับปรุงห้องน้ำใหม่ยกระดับจนหลายคนบอกว่าเทียบชั้นเครื่องบินได้เลย

สำหรับรถโดยสารรุ่นใหม่ จะวิ่งบริการขบวนรถด่วนพิเศษใน 4 เส้นทางด้วยกัน กรุงเทพ-เชียงใหม่, กรุงเทพ-อุบลราชธานี, กรุงเทพ-หนองคาย และกรุงเทพ-ชุมทางหาดใหญ่ ไปกลับวันละ 2 ขบวน/วัน รวม 8 ขบวน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 9 แสนคน/ปี ความเร็ววิ่งได้สูงสุด 120 กม./ชม.


prachachat

'อ.ชาญวิทย์' เขียนถึง 'จอม เพชรประดับ' ตั้งคำถาม คนไทย (กำลังพากัน) ทิ้งแผ่นดิน ???





Congratulations...
ขอแสดง ความยินดี กับ จอม เพชรประดับ
ทีได้รับสถานะ ผู้ลี้ภัยการเมือง อยู่ในสหรัฐฯ
(ที่จริงยังมีขั้นตอนสัมภาษณ์ก่อน - ไทยอีนิวส์)

ผมพบจอม ครั้งแรก ในงาน 30 ปี 14 ตุลา ที่ L.A.
คือเมื่อ ปี 2546/2003
เขาเป็นผู้สื่อข่าวอยู่ที่นั่น
เขาดูเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่
เขามาสัมภาษณ์ผมครั้งแรก

เขาดูจะเป็น นักข่าวที่มีสติปัญญา และหน้าตาดี
ที่สำคัญ คือ เขา well-balanced ดูเป็นมืออาชีพ

สิบกว่าปี ผ่านไป ไวเหมือนโกหก
ผมพบเขา เป็นครั้งคราว โดนสัมภาษณ์ บ่อยๆ
เขาเติบใหญ่ และดูจะรักษา คุณลักษณะ
"well-balanced มืออาชีพ" ไว้ได้ เป็นอย่างดี

น่าเสียดาย ที่เขาต้องพลัดพราก ไปอยู่ต่างแดน

ครับ ขออวยพร ให้ประสบความสำเร็จ
แม้จะไม่ได้อยู่ในเมืองไทย
ขอให้เป็น "เกลือของแผ่นดิน" salt of the earth
ถึงแม้จะยังกลับบ้านเรา ยังไม่ได้
เฉกเช่น คนไทย อีกหลายคน ก็ตาม

cK@29Aug2016

ปล.
การบ้าน สำหรับ จอม ครับ
(ผมตั้งคำถามนี้ เมื่อได้อ่านข่าว อดีตผู้ว่า กทม.
บอกว่า ยังไม่กลับเมืองไทย)

Why so many Thai have left or leaving the country ?
คนไทย (กำลังพากัน) ทิ้งแผ่นดิน (จริงหรือ) ???

ทำไม คนไทย ชั้นสูง ชั้นกลาง ๆ
(โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนกรุงเทพฯ คนเมืองใหญ่ๆ)
จึงไปอยู่เมืองนอก
(จำนวน เป็น แสนๆๆ ในอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย)

และ/หรือ ชอบที่จะไปเที่ยว หรือ อยากไปอยู่เมืองนอก
(จำนวน เป็นหมื่นๆ เป็นแสน หรือ เป็นล้าน ???)
Why why and why...

Charnvit Kasetsiri

.....

ขออัฟเดท ช่องทางการสนับสนุนงานของ คุณจอม

ท่านสามารถสช่วยจอม เพชรประดับ
ตามกำลังและตามความต้องการของท่าน
ได้ที่ http://paypal.me/JomPetchpradab

(ที่มา FB Red USA)

Looking down at the Korean peninsula at night, you’ll see bright lights radiating from South Korea -- the sign of a bustling economy -- while North Korea is literally quite dark. Why is that?




...

The Importance of Institutions



https://www.youtube.com/watch?v=wdKBfXRpNsk#action=share

Marginal Revolution University

Published on Feb 2, 2016

In today’s video, we discuss a topic critical to understanding economic growth: the power of institutions.

To better shed light on this, we're going to look at an example that's both tragic and extreme.

In 1945, North and South Korea were divided, ending 35 years of Japanese colonial rule over the Korean peninsula. From that point, the two Koreas took dramatically different paths. North Korea went the way of communism, and South Korea chose a relatively capitalistic, free market economy.

Now—what were the results of those choices?
In the ensuing decades after 1945, South Korea became a major car producer and exporter. The country also became a hub for music (any K-pop fans out there?), film, and consumer products. In stark contrast, North Korea's totalitarian path resulted in episodes of famine and starvation for its people.

In the end, South Korea became a thriving market economy, with the living standards of a developed country. North Korea on the other hand, essentially became a militarized state, where people lived in fear.

Why such an extreme divergence?

It all comes down to institutions.

When economists talk about institutions, they mean things like laws and regulations, such as property rights, dependable courts and political stability. Institutions also include cultural norms, such as the ones surrounding honesty, trust, and cooperation.

To put it another way, institutions guide a country's choices -- which paths to follow, which actions to take, which signals to listen to, and which ones to ignore.

More importantly, institutions define the incentives that affect all of our lives.

Going back to our example, in the years after 1945, North and South Korea took dramatically different institutional paths.

In South Korea, the institutions of capitalism and democracy, promoted cooperation and honest commercial dealing. People were incentivized to produce goods and services to meet market demand. Businesses that did not meet demand were allowed to go bankrupt, allowing the re-allocation of capital towards more valuable uses.

Against that grain, North Korea's institutions produced starkly different incentives. The totalitarian regime meant that the economy was centrally planned and directed. Most entrepreneurs didn't have the freedom to keep their own profits, resulting in few incentives to do business. Farmers also didn't have enough incentive to grow sufficient food to feed the population. This was due in part to price controls, and a lack of property rights.

As for capital, it was allocated by the state, mostly towards political and military uses. Instead of going towards science, or education, or industrial advancement, North Korea's capital went mostly towards outfitting its army, and making sure that the ruling party remained unopposed.

And now, look at how different the two countries are as a result of those differing institutions.

When it comes to economic growth, institutions are critically important. A country's institutions can have huge effects on long-term growth and prosperity. Good institutions can help turn a country into a growth miracle. Bad institutions can doom a country to economic disaster.

The key point remains: institutions are important.

They represent the choices that a country makes, and as the Korean peninsula shows you, choices on this scale can have staggering effects on a nation's present, and future.


ooo



เกาหลีเหนือจัดการชุมนุมเยาวชนครั้งใหญ่

เยาวชนและคนหนุ่มสาวชาวเกาหลีเหนือ ต่างเข้าร่วมเฉลิมฉลองปิดการชุมนุมใหญ่ครั้งที่ 9 ของสันนิบาตเยาวชนสังคมนิยม คิม อิล ซุง ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงเปียงยางเมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) โดยในงานมีการแสดงแปรอักษรด้วยแสงจากคบไฟ การเดินขบวนพาเหรด และการแสดงดอกไม้ไฟ

ภาพวิดีโอที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือนำออกเผยแพร่ แสดงให้เห็นบรรยากาศในงานฉลองเมื่อวานนี้ ที่สนามกีฬาเมย์เดย์ ในกรุงเปียงยาง ซึ่งงานชุมนุมใหญ่ของสันนิบาตเยาวชนสังคมนิยม คิม อิล ซุง ในปีนี้ มีขึ้นเมื่อวันที่ 27-28 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมงาน

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นายคิม จอง อึน ในฐานะผู้นำที่เป็นคนวัยหนุ่ม จัดและเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพราะต้องการสร้างอิทธิพลในหมู่คนรุ่นใหม่ของเกาหลีเหนือ โดยกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ระบุว่า สันนิบาตเยาวชนสังคมนิยม คิม อิล ซุง ก่อตั้งขึ้นในปี 2489 เป็นองค์กรเยาวชนขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีเหนือ เนื่องจากมีข้อกำหนดให้นักเรียนนักศึกษาอายุระหว่าง 14-30 ปีทุกคนต้องเข้าเป็นสมาชิก คาดว่าปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ราว 5 ล้านคน #NorthKorea #YouthLeague


บีบีซีไทย - BBC Thai


วันจันทร์, สิงหาคม 29, 2559

ฟังบิ๊กป้อม ชี้ พวกแนะ "บิ๊กตู่" ตั้งพรรค ลงเลือกตั้ง แค่ "แดก" ไม่รู้หวังดี ประสงค์ร้ายหรือไม่ "แดก" ในที่นี้ คือ.....





https://www.facebook.com/WassanaJournalist/videos/1195437760514680/

บิ๊กป้อม ก็มีอารมณ์ตัดพ้อ นะ..
คุยเรื่องเตือนนายกฯประเด็นตั้งพรรค ลงเลือกตั้ง หรือนายกฯคนนอกอยู่..แล้วบิ๊กป้อม ก็เปรย แบบนี้......


Wassana J. Nanuam



https://www.facebook.com/WassanaJournalist/videos/1195568773834912/


ขอเชิญร่วมแคมเปญถึง กสท.หยุดแทรกแซงการนำเสนอเนื้อหาของ Voice TV




กสท.หยุดแทรกแซงการนำเสนอเนื้อหาของ Voice TV


ก่อนหน้านี้ กสท. เสียงข้างมากได้มีมติเห็นชอบการพักงานของผู้ดำเนินรายการ 2 คนของช่อง Voice TV เป็นระยะเวลา 10 วันแล้ว ล่าสุดการพิจารณาวาระเข้าสู่บอร์ด กสท. ในวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม มีการเสนอให้พักรายการ Wake Up News 7 วันอีกรอบ โดยอ้างอำนาจของประกาศ กสทช.ว่าด้วย “หลักเกณฑ์ใบอนุญาตฯ” ซึ่งเป็นรูปแบบการกำหนดบทลงโทษของ กสทช. ที่เข้าข่ายการแทรกแซงสื่อ

โดยรายละเอียดระบุว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 29/2559 วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม นี้ มีวาระการประชุมน่าจับตา ได้แก่ สำนักงานตรวจสอบพบการออกอากาศ ช่อง Voice TV รายการ Wake Up News เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 59 เวลาประมาณ 8.46 น. กรณีการสัมภาษณ์ ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ วิเคราะห์เหตุระเบิด 7 จังหวัดใต้ และวันอังคารที่ 16 ส.ค. 59 เวลาประมาณ 7.41 น. นำเสนอกรณี “ไผ่ ดาวดิน อดอาหารวันที่ 9 อาการทรุดหนัก” และ กรณี “มีชัยชี้ ส.ว. เลือกนายกฯได้ 5 ปี แต่เสนอได้ชื่อเดียว” ซึ่งสำนักงานพบว่าเป็นเนื้อหาที่อาจเข้าข่ายคัดต่อประกาศคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 41/59 ฉบับที่ 97/57 ฉบับที่ 103/57 รวมทั้งขัดต่อมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และอาจขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลงที่บริษัท Voice TV จำกัด ทำร่วมกับ สำนักงาน กสทช.

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการได้เชิญผู้แทนจากช่อง Voice TV และ ผู้แทนคณะทำงานติดตามสื่อ ส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อย เข้าร่วมการประชุมและให้ความเห็นต่อกรณีการออกอากาศดังกล่าว คณะอนุกรรมการได้มีข้อเสนอให้ กสท. เตรียมพิจารณา มีคำสั่งให้ระงับการออกอากาศ Wake Up News เป็นเวลา 7 วัน โดยใช้อำนาจตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555

โดยมีรายงานว่า เนื้อหาที่ทางสำนักงานตรวจสอบพบการออกอากาศช่อง Voice TV นำเสนอแล้วอาจขัดต่อข้อกำหนดของ กสทช. คือการนำข้อเขียนในสเตตัสของนายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ที่เขียนถึง ไผ่ ดาวดิน อดอาหารเพื่อประท้วงความอยุติธรรม (รายละเอียด https://www.facebook.com/wannasingh/photos/a.125014214203075.9612.110160872355076/1043284782376009/?type=3 มาอ่านในรายการ Wake Up News โดยระบุเหตุผลว่า "ข้อความวรรณสิงห์ทำให้คนเห็นใจเด็กเกินไป คนจะมอง คสช.ใจดำ และทำให้ Voice TV เป็นภัยความมั่นคง" และการสัมภาษณ์ ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ วิเคราะห์เหตุระเบิด 7 จังหวัดใต้ ซึ่ง ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ เป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยรังสิต

ทั้งนี้ การกระทำของ กสท. เข้าข่ายการแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างรุนแรง เพราะเนื้อหาที่นำเสนอ เป็นไปตามข้อเท็จจริงและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใดๆ กับความมั่นคง เป็นเพียงความเห็นของคนๆ หนึ่งเท่านั้น ซึ่งหาก กสท.ยังกระทำเช่นนี้ ย่อมเป็นมาตรฐานว่า ต่อไปสื่อมวลชนไทยจะต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมชี้นำของ กสท.ทั้งหมด การนำเสนอข้อเท็จจริง และความเห็น ย่อมไม่อาจเป็นไปอย่างอิสระ เที่ยงตรง และมุ่งต่อประโยชน์ของประชาชน แต่ต้องเกิดจากการอนุญาตโดย กสท.เท่านั้น

จึงขอเรียกร้องให้ กสท.ยุติการแทรกแซง Voice TV อย่างไม่เป็นธรรมและไร้เหตุผล การมุ่งแทรกแซงการนำเสนอเนื้อหารายการของ Voice TV ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ใดๆ และไม่สร้างสรรค์อย่างยิ่ง และอาจทำให้องค์กรอย่าง กสท.หรือ กสทช.ขาดความเชื่อถือจากประชาชนในระยะยาว


This petition will be delivered to:
ผู้บริหารของ กสทช.

ณรรธราวุธ เมืองสุข started this petition

ท่านสามารถร่วมลงนามได้ ที่นี่ Change.org

อัยการสั่งฟ้อง 'ประเด็นสติ๊กเกอร์โหวตโน' 4 นักกิจกรรม 1 นักข่าว กรณีราชบุรี





ที่มา ประชาไท
Mon, 2016-08-29

อัยการสั่งฟ้องคดี 4 นักกิจกรรมและ 1 นักข่าว ผิด ม.61 พ.ร.บ.ประชามติ จากประเด็นสติ๊กเกอร์โหวตโน ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ทั้งหมดยื่นประกันด้วยหลักทรัพย์เดิมที่ใช้ในชั้นสอบสวนคนละ 1.4 แสนบาท ศาลราชบุรีให้ประกันตัว นัดสมานฉันท์ 21 ก.ย.นี้


ปกรณ์ อารีกุล พร้อมนักกิจกรรม-นักข่าวและทนายความ ให้สัมภาษณ์หลังได้รับการประกันตัวในชั้นศาล


29 ส.ค.2559 ที่ศาลจังหวัดราชบุรี อัยการสั่งฟ้องนักกิจกรรม-นักข่าว 5 คนในความผิดมาตรา 61 วรรคสองของพ.ร.บ.ประชามติ โดยทั้ง 5 คนเดินทางมารายงานตัวกับศาลจังหวัดราชบุรีและทั้งหมดให้การปฎิเสธข้อกล่าวหา จากนั้นยื่นประกันตัวด้วยหลักทรัพย์เดิมในชั้นตำรวจ คือ เงินสด คนละ 1.4 แสนบาท ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวและนัดสมานฉันท์วันที่ 21 ก.ย.2559 นัดพร้อมตรวจพยานหลักฐาน 17 ต.ค.2559 เวลา 8.30 น.ที่ศาลจังหวัดราชบุรี

ทนายความจำเลยอธิบายว่า นัดสมานฉันท์เป็นนโยบายบริหารจัดการคดีของศาลยุติธรรมเพื่อให้คดีเสร็จรวดเร็ว กระบวนการก็คือจะถามอีกครั้งหลังสอบคำให้การไปแล้วว่า จำเลยจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังได้รับการประกันตัว ศาลเรียกทนายจำเลยทั้งหมดพูดคุยราว 15 นาที ภายหลังเสร็จสิ้นการพูดคุย ทนายระบุว่า เป็นการชี้แจงระเบียบปฏิบัติของการนัดสมานฉันท์ และทำความเข้าใจการดำเนินคดีในศาลราชบุรี

5 คนประกอบด้วย นักกิจกรรม 4 คน และนักข่าว 1 คน ได้แก่ ปกรณ์ อารีกุล, อนุชา รุ่งมรกต, อนันต์ โลเกตุ สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ภานุวัฒน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ และทวีศักดิ์ เกิดโภคา ผู้สื่อข่าวประชาไท เหตุเกิดสืบเนื่องจากนักกิจกรรม 4 คนเดินทางเดินทางไปให้กำลังใจชาวบ้าน 23 คนที่ถูกเรียกรายงานตัวฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. จากกรณีการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ส่วนผู้สื่อข่าวได้ติดรถไปทำข่าวดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นตำรวจได้ตรวจค้นรถที่ทั้งหมดโดยสารมาและพบเอกสารความเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญ และรณรงค์โหวตโนหลายรายการในรถดังกล่าวจึงจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาโดยระบุว่ามีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะแจกจ่ายเอกสารดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามในคำสั่งฟ้องของอัยการระบุถึงสติ๊กเกอร์โหวตโนเพียงรายการเดียว โดยเขียนว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันกระทำความผิดโดยการแจกจ่ายสติ๊กเกอร์ข้อความ "7 สิงหา Vote No ไม่รับกับอนาคตที่ไม่ได้เลือก" ซึ่งเป็นการเผยแพร่ข้อความในช่องทางอื่นใดที่ผิดจากข้อเท็จจริง มีลักษณะปลุกระดม โดยมุ่งให้ไม่ไปใช้สิทธิ ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นการร่วมกันกระทำความผิดของคณะบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ในการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย มาตรา 61 วรรคสอง พ.ร.บ.ประชามติ โดยอัยการขอให้ลงโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีและริบของกลางทั้งหมด

ส่วนในบันทึกการจับกุมของตำรวจก่อนหน้านี้ระบุถึงของกลางที่ตรวจพบบนรถว่า พบของกลาง คือ แผ่นไวนิลข้อความ "นายกไทยใครๆ ก็โดนล้อ" 1 แผ่น ไมโครโฟน ลำโพง ที่่คั่นหนังสือ "โหวตโน", จุลสาร การออกเสียง จำนวน 66 ฉบับ, แผ่นเอกสาร ปล่อย 7 นักโทษประชามติโดยไม่มีเงื่อนไข 21 แผ่น, แผ่นเอกสาร ความเห็นแย้ง 2 ฉบับ, เอกสารแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ ฉบับลงประชามติ 9 ฉบับ, เอกสารจะใช้สิทธิลงประชามตินอกเขตจังหวัดทำอย่างไร 70 ฉบับ และสติ๊กเกอร์โหวตโนจำนวนมาก

ภายหลังได้รับการประกันตัวในชั้นศาล อนันต์ โลเกตุ หนึ่งในจำเลยคดีให้สัมภาษณ์ว่า ดูจากสำนวนแล้ว ไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะตนเองไม่ได้ทำตั้งแต่แรก วันดังกล่าวมีเจตนามาเยี่ยมผู้ต้องการคดีศูนย์ปราบโกง ที่บ้านโป่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าผิดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/25583/58 เช่นเดียวกับตนเอง (คดีที่สภ.บางเสาธง)

"ประชามติน่าจะอิสระกว่านี้ ในทางสากลเขาก็รณรงค์ได้ เราไม่สามารถบังคับให้ใครออกเสียงเหมือนเราได้" อนันต์กล่าว

ปกรณ์ อารีกุล หรือแมน หนึ่งในจำเลยคดีนี้ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นคำฟ้องอัยการแล้วรู้สึกแปลกใจที่ระบุว่าจำเลยแจกสติ๊กเกอร์ ขัด พ.ร.บ.ประชามติ ไม่ใช่เรื่องเนื้อหา แผ่นพับ หรือเอกสารความเห็นแย้งเลย จึงคิดว่าสำนวนค่อนข้างอ่อน เพราะข้อความในสติ๊กเกอร์คือ “7 สิงหา Vote No ไม่รับกับอนาคตที่ไม่ได้เลือก” ไม่ใช่ข้อความเท็จ เมื่ออ่านร่างรัฐธรรมนูญย่อมเห็นว่าถ้าร่างนี้ผ่าน จากทั้งประเด็นเรื่อง ส.ว.สรรหา และยุทธศาสตร์ชาติ จะทำให้เกิดรัฐซ้อนรัฐ ส่วนการมองว่าเป็นการปลุกระดม การปลุกระดมตามที่อัยการตีความนั้นจะสำเร็จต่อเมื่อประชาชนเขารับสติ๊กเกอร์แล้วไปโหวตโน คำถามคือจะพิสูจน์อย่างไรถ้าฟ้องเช่นนี้ ตอนนี้จำเลยทุกคนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดเพราะคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความผิด แม้ประชามติจบแล้วแต่คดียังเดินหน้า วันนี้ศาลรับฟ้องแต่มีนัดไกล่เกลี่ยศูนย์สมานฉันท์ซึ่งจะไกล่เกลี่ยได้ก็ต้องรับสารภาพก่อนแต่ทุกคนยืนยันจะปฏิเสธ ที่ตกใจคือ ท้ายคำฟ้องอัยการขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสิบปีด้วยถือว่ารุนแรงมาก

“คนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองแบบเรา การตัดสิทธิทางการเมืองสิบปี รุนแรงกว่าการติดคุกสิบปี เพราะเราเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนคือการที่เรามีสิทธิทางการเมืองในการกำหนดอนาคตตัวเอง และอนาคตประเทศด้วยการมีสิทธิเลือกตั้ง” ปกรณ์กล่าว

ด้าน สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวต่อคดีนี้ว่า การแจกสติ๊กเกอร์อย่างเดียวไม่น่าจะเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ประชามติ ม.61 วรรค 2 ได้ พร้อมระบุว่า สิ่งที่เข้าข่ายข้อความเป็นเท็จและนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายประชามติ มีเพียงเอกสาร 2 ชิ้น คือ โปสเตอร์ 7 เหตุผลไม่รับร่างฯ ของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และจดหมายที่ส่งถึงประชาชน ใน 3 จังหวัดภาคเหนือ รวมประมาณ 10,000 ฉบับ ขณะที่สติ๊กเกอร์ vote no หรือเอกสารความเห็นแย้ง หรือเอกสารแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เป็นเอกสารที่เผยแพร่ได้

"ถ้าเป็นเรื่องแจกสติ๊กเกอร์อย่างเดียว แล้วถูกดำเนินคดี ผมยินดีไปให้การว่า ไม่ผิดครับ" สมชัยระบุ


.....
มาตรา 61 พ.ร.บ.ประชามติ ระบุว่า ผู้ใดกระทําการดังต่อไปนี้
(1) ก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
(2) ให้ เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจะจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียง อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง
(3) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ หรือใช้อิทธิพลคุกคาม เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง หรือเพื่อให้สําคัญผิดในวัน เวลา ที่ออกเสียงหรือวิธีการ ลงคะแนนออกเสียง
(4) เปิด ทําลาย ทําให้เสียหาย ทําให้เปลี่ยนสภาพ ทําให้สูญหาย ทําให้ไร้ประโยชน์ นําไป หรือขัดขวางการส่งหีบบัตรออกเสียงหรือบัตรออกเสียง เว้นแต่เป็นการดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ โดยชอบด้วยกฎหมาย
(5) เล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใดๆ อันมีผลเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียง ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง
(6) เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อจะไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอยางใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง
(7) ขาย จําหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตออกเสียงระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกา ของวันก่อนวันออกเสียงจนสิ้นสุดวันออกเสียง

ผู้ใดดําเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทําการก่อความวุ่นวายเพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้ใดกระทําการตาม (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี และปรับ ไม่เกินสองแสนบาท ทั้งนี้ ศาลอาจสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกําหนดไม่เกินห้าปีด้วยก็ได้ ในกรณีการกระทําความผิดตาม (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) เป็นการกระทําความผิดของ คณะบุคคลตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกําหนดสิบปี

ผู้ใดกระทําการตาม (7) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทําการตาม (6) เป็นผู้รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด สําหรับตนเองหรือผู้อื่น ถ้าได้แจ้งถึงการกระทําดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการ การเลือกตั้งมอบหมายก่อนหรือในวันออกเสียง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง



เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
“น่าเชื่อว่าจะแจก” ตร.บ้านโป่งแจ้งข้อหา ม.61 ขัง 3NDM -1 นักข่าวประชาไท ส่งศาลพรุ่งนี้
ศาลราชบุรีให้ประกัน 4 นักกิจกรรมโดนจับ ‘เชื่อว่าจะแจกเอกสารประชามติ’ พ่วง 1 นักข่าว
ตร.ค้นประชาไท ไม่พบเอกสารประชามติโยงกรณีจับที่บ้านโป่ง
เรียกแดงบ้านโป่งเป็นพยานคดี ‘น่าเชื่อว่าจะแจก’ หลังพบสติ๊กเกอร์โหวตโนแปะอกหน้าโรงพักวันเกิดเหตุ

ooo

ooo




อัยการสั่งฟ้อง 'ประเด็นสติ๊กเกอร์โหวตโน' 4 นักกิจกรรม 1 นักข่าว กรณีราชบุรี
http://www.prachatai.com/journal/2016/08/67665

แค่มีเอกสารในรถ ก็ยังโดนข้อหา "มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะแจกจ่ายเอกสาร"

แต่ที กปปส.ติดป้ายรับร่างรัฐธรรมนูญ ทั่วแยกในเมืองราชบุรี กลับไม่ถูกดำเนินคดี ตำรวจแค่ปลดป้าย
http://www.matichon.co.th/news/235245



Atukkit Sawangsuk

บันทึกนักโทษ112"ดา ตอร์ปิโด"ความ"อยุติธรรม"ในการพิจารณาคดี112 (ตอน2)




https://www.youtube.com/watch?v=szzZNGerDQw

บันทึกนักโทษ112"ดา ตอร์ปิโด"ความ"อยุติธรรม"ในการพิจารณาคดี112 (ตอน2)

jom voice

Published on Aug 28, 2016

ดา ตอร์ปิโด"หรือ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นักโทษคดี 112 ที่ศาลตัดสินจำคุก 15 ปีเมื่อ 8 ปีที่แล้วได้รับการปล่อยตัวหลังจากที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์ ( ตอนที่ 2 ) Thaivoicemedia เกี่ยวกับอิสรภาพที่ได้กลับคืนมาอีกครั้งว่า นับจากนี้ไปจะรักษาอิสรภาพอย่างมีสติ และไม่คาดหวังบนเส้นทางการต่อสู้ หากคาดหวังมากหากผิดหวังจะทำให้เจ็บปวดไม่สบาย เดิมเคยคิดจะเป็นนักการเมือง และเป็น รมต.ยุติธรรมแต่ตอนนี้เลิกคิดแล้ว โดยเฉพาะการพิจารณาคดี 112 ที่เป็นสองมาตรฐาน กับฝ่ายตัวเองตัดสินอีกอย่างแต่ฝ่ายที่เห็นต่าง หรือเชื่อต่างจากตัวเองก็จะใช้ 112 เล่นงานเป็นเรื่องเศร้า และยืนยันได้ว่าตนเองไม่เคยมีความคิดที่จะล้มสถาบันกษัตริย์แต่มีความเห็นต่างเท่านั้นเอง และเชื่อว่า คนเสื้อแดงจำนวนมากที่ไม่มีความคิดที่จะล้มล้างสถาบันฯ หากใครคิดเช่นนี้ยืนยันได้เลยว่าไม่ใช่คนเสื้อแดง

ooo

บันทึกนักโทษ112 "ดา ตอร์ปิโด"คดีอุกฉกรรจ์-ถูกทำร้ายร่างกาย และโทษ"นั่งกัก"(ตอนที่1)



https://www.youtube.com/watch?v=YuswDh7KIBE&spfreload=5

jom voice

Published on Aug 27, 2016

"ดา ตอร์ปิโด"หรือ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นักโทษคดี 112 ที่ศาลตัดสินจำคุก 15 ปีเมื่อ 8 ปีที่แล้วได้รับการปล่อยตัวหลังจากที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้ให้สัมภาษณ์ ( ตอนที่ 1 ) Thaivoicemedia เกี่ยวกับอิสรภาพที่ได้รับ และการดูแลนักโทษคดี 112 ในห้องขังว่า แม้จะดีใจกับอิสรภาพที่ได้รับแต่ก็ไม่มากนักเพราะชินกับชีวิตในคุกแล้ว แต่ก็ดีที่ได้เจอเพื่อนญาติพี่น้องและได้ทำอะไรเป็นอิสระมากขึ้น ส่วนการดูแลนักโทษ 112 เมื่อ 8 ปีที่แล้วจะหนักกว่าขณะนี้ ห้องขังที่กำหนดให้อยู่ได้เพียง 33 คนตามที่เขียนไว้ แต่มีผู้ต้องขังแออัดกันถึง 77 คน วันแรกที่เข้าไปจึงต้องนั่งตลอดทั้งคืน และด้วยโทษที่เป็นอุกฉกรรจ์เพียงคนเดียว จึงถูกลงโทษให้"นั่งกัก"เป็นเวลา 3 เดือน คือนั่งคนเดียว ไม่ให้คุยกับใคร และใครจะมาคุยก็ไม่ได้ ขณะเดียวกันก็โดนทำร้ายร่างกายจากขาใหญ่ในคุก 5-6 ครั้ง แต่ตอนหลังนักโทษ112 ไม่ถุกทำโทษให้นั่งกักอีก ( ตอนที่ 2 คุณดา ตอร์ปิโด จะพูดถึงการต่อสู้กับคดี 112 เพื่อพิสูจน์ถึงความอยุติธรรมในกระบวนการของศาลไทย แต่สุดท้ายต้องยอมขออภัยโทษเป็นเพราะอะไร ...โปรดติดตาม.)
หมายเหตุ - ผู้ที่ประสงค์จะให้การสนับสนุนขอเปลี่ยน paypal account เป็น paypal.me/JomPetchpradab - ขอบพระคุณอย่างสูง


หน้า ๔ ไทยอีนิวส์ วันนี้เสนอข่าวสังคมไซเบอร์เป็นกระสาย คั่นรายการ





หน้า ๔ ไทยอีนิวส์ วันนี้เสนอข่าวสังคมไซเบอร์เป็นกระสาย คั่นรายการกันนิด

เมื่อสี่คนดังฝ่ายไม่เอารัฐประหารไทย มี จรัล ดิษฐาอภิชัย แอนดรูว์ มาร์แชล สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และปิยบุตร แสงกนกกุล

ชวนกันไปขยับเขยื้อนริมแม่น้ำเซน กรุงปารีส เป็นการชิมลาง (ละมั้ง)

ก่อนจะมีการเสวนาเรื่อง ๑๐ ปี รัฐประหารไทย อีกสามอาทิตย์ข้างหน้า

และพอดีตรงกับวันเปลือยอกนานาชาติ The International ‘Go Topless Day’ เมื่อวาน (๒๘ สิงหาคม)

สำหรับผู้เสวนาจะมี สศจ. ปวิน ชัชวาลพันธ์พงศ์ ปิยบุตร แสงกนกกุล และเออเชนี่ เมริวโอ

อจ.ปิยบุตรแย้มพรายว่าในการเสวนากลางเดือนหน้า สศจ. กับปวิน จะใช้ภาษาอังกฤษ ส่วนปิยบุตรกับเออเชนี่จะพูดฝรั่งเศส

สถานที่เสวนาเป็นสถาบันการศึกษาทางการเมืองระดับสูงของฝรั่งเศส คือ Science Po Paris หรือ Paris Institute of Political Studies

รายละเอียดมากกว่านี้รอสักสองอาทิตย์ วันนี้ชมภาพชิลชิลกันไปก่อน








อย่าคิดมาก... ดาว ขำมิน ปะทะ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฮาแบบจัดเต็ม !!




https://www.youtube.com/watch?v=x8IaA_DBW8E

ดาว ขำมิน ปะทะ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฮาแบบจัดเต็ม !!

Published on Apr 23, 2016

คลิปวิดีโอทำขึ้นเพื่อความบังเทิง ไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆทั่งสิ้น
ฝากกดติดตามชมคลิปใหม่ ที่นี่ https://www.youtube.com/channel/UCxtK...
ดูคลิปแบบแบ่งตอนได้ที่ช่องนี้จ้าา lnwx studio https://www.youtube.com/channel/UC43H...

ขอร่วมแสดงความยินดี "จอม เพชรประดับ" ที่กำลังจะได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศสหรัฐอเมริกา





ที่มา FB

Red USA 


หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม 2557
เมื่อประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะเผด็จการทำรัฐประหาร
โค่นล้มรัฐบาลพลเรือนก้าวขึ้นสู่อำนาจและออกคำสั่งเรียกใครต่อใครไปข่มขู่ คุกคาม และตั้งข้อหาโดยใช้วาทะกรรมสวยหรูว่า "ปรับทัศนะคติ" ทั้งๆที่มีหลายคนถูกทรมาน มีสตรีหลายท่านถูกควักล้วง และถูกเปลือยกาย

จอม เพชรประดับ ผู้สื่อข่าวอาชีพที่มีประชาธิปไตยอยู่ในจิตวิญญาณและมีความยุติธรรมเป็นลมหายใจเข้าออก จึงไม่อาจทนสูดอากาศ ร่วมลมหายใจกับเผด็จการในประเทศไทยได้อีกต่อไป

ไม่มีรายละเอียดว่าจอม เพชรประดับ
ต้องเดินทางระหกระเหินรอนแรมผ่านประเทศใดมาบ้าง
แต่สหรัฐอเมริกาคือจุดหมายปลายทางในการเดินทางไกลครั้งนั้น

กว่า 2 ปีในสหรัฐอเมริกา
จอม เพชรประดับทำข่าวและทำการข่าวอย่างหามรุ่งหามค่ำ
ต้องขอบคุณ Dr. Richard Saisomorn ที่เดินทางไกลมาค้างอ้างแรมในแคลิฟอร์เนียหลายวันหลายคืนเพื่อฝึกและสอนให้จอม เพชรประดับสามารถใช้เครื่องมือในการทำข่าวทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตามปรกติต้องใช้ทีมงานไม่ต่ำกว่า 4-5 คน แต่จอม เพชรประดับต้องทำคนเดียว

คนทำข่าวโดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์น่าจะทราบดีว่าต้องใช้บุคลากรมากเพียงใดในการหาข้อมูล ในการหารูป หาคลิป ในการนัดหมายบุคคลที่ต้องการสัมภาษณ์ นอกเหนือจากต้องมีทีมทำงานที่มีประสิทธิภาพในช่วงออกอากาศ

หลายครั้งที่จอม เพชรประดับ
เอ่ยปาก "พี่ผมอยากหางานทำอาทิตย์ละ 2-3 วัน"
เพื่อหาเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระบ้าง "ผมเกรงใจพวกพี่ๆมาก"
จอมมี work permit และ จอมมี california driver license
แต่ที่จอม เพชรประดับมีมากกว่านั้นคือ "หัวใจที่ไม่ยอมจำนน"

จอมทำอาหารเก่งสามารถทำงานในครัวตามร้านอาหารไทยที่มีอยูดาดดื่นในแคลิฟอร์เนียได้สบายๆ และจอมก็พร้อมจะไปเลื่อยไม้ แบกปูนเป็นลูกมือ handyman ให้กับคนไทยจำนวนมากที่ยึดอาชีพนี้ได้ทุกเมื่อ หรืออาชีพอื่นใดก็ได้ที่สามารถหาเงินมาจุนเจือให้งานข่าวที่ทำอยู่ยืดอายุต่อไปให้ยาวนาน

แต่ "พวกพี่ๆ" ไม่ยอม
พวกพี่ๆผู้รักประชาธิปไตยในแคลิฟอร์เนีย
แม้ไม่ร่ำรวย แม้ไม่จบดอกเตอร์ แม้มิใช่นักวิชาการผู้มีชื่อเสียง
แต่ก็เห็นความสำคัญของการทำงานข่าว และรู้ดีถึงอำนาจและอิทธิพลของข้อมูลข่าวสาร ต่างควักกระเป๋ากันคนละเล็กคนละน้อยช่วยกันประคับประคอง Thaivoicemedia - Jom Voice ให้อยู่รอดและเติบใหญ่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

จากห้องส่งโกโรโกโส กลายเป็นห้องส่งที่มีคุณภาพ
จากความยากลำบากเพื่อหาคนมาสัมภาษณ์ออกอากาศในระยะแรก
กลายมาเป็นศูนย์ร่วมของข้อมูลข่าวสารที่มีผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญมากมายพร้อมให้สัมภาษณ์แสดงทัศนะ และเสนอข้อคิดเห็นผ่าน Thaivoicemedia-Jom Voice ไปสู่ประชาชนเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญๆ และ/หรือเมื่อมีประเด็นทางการเมืองที่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน

จอม เพชรประดับมีนัดสัมภาษณ์เพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาในวันอังคารที่ 6 กันยายน 2016 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็ถึงวันนั้นแล้ว
.....

ไทยอีนิวส์ขอร่วมแสดงความยินดี มา ณ ที่นี้ด้วย  และขอสื่อถึงผู้อ่าน...

ท่านสามารถสนับสนุนงานของคุณจอม ได้ที่
http://paypal.me/JomVoice


ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

ชัทดาวน์ Bangkok จนบ้านเมืองป่นปี้ คิดจะย้ายไปเมกา : ' ดร.เสรี วงษ์มณฑา' โพสต์ FB ส่วนตัว 'มาอเมริกาคราวนี้ มาดูบ้าน 3 หลัง เผื่อแก่แล้ว หากินไม่ไหว จะได้มาอาศัยเขาอยู่'





มาอเมริกาคราวนี้ มาดูบ้าน 3 หลัง เผื่อแก่แล้ว หากินไม่ไหว จะได้มาอาศัยเขาอยู่ หลังแรกขายร้านอาหารที่เมืองไทย เอาเงินมาดาวน์ แล้วน้องสาวกับน้องเขยผ่อนต่อ หลังที่สอง ของหลานชายคนเล็ก ดาวน์ให้เขาแล้ว เขาผ่อนเอง หลังที่สาม ของหลานชายคนโต เขาดาวน์ เขาผ่อนของเขาเอง พื้นที่มากกว่า 2 ไร่ครึ่ง


ดร.เสรี วงษ์มณฑา

ooo


ดร.เสรี พาชมงาน งาน Taste of Highland Park เมืองเศรษฐีเมืองหนึ่งของรัฐ Illinois สหรัฐอเมริกา



https://www.facebook.com/cmbkk.up/videos/1093712244042318/


https://www.facebook.com/cmbkk.up/videos/1093715090708700/





https://www.facebook.com/seri.wong/videos/1083367621710270/